แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ perfumes แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ perfumes แสดงบทความทั้งหมด
สาเหตุของกลิ่นน้ำหอมเพี้ยน หรือเปลี่ยนไป
ผู้ที่ใช้น้ำหอมในปัจจุบันต้องมีบางครั้ง บางโอกาส ที่รู้สึกว่าน้ำหอมที่ซื้อมาใหม่นั้นมีกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิมที่เคยใช้มาก่อน ทำให้เกิดความรู้สึกสงสัยว่าน้ำหอมนั้นปลอมหรือไม่ มีคุณภาพสมราคาหรือเปล่าจนถึงขั้นที่อาจจะมีการร้องเรียนไปยังร้านค้าว่าสินค้าที่ซื้อมานั้น
หลอกจำหน่ายสินค้าด้อยคุณภาพ
รีวิวน้ำหอม Chloé – L’EAU DE Chloé
[::REVIEW::]
Chloé – L’EAU DE Chloé
Perfumer : Michel Almairac
Released Year : 2012
.
L’EAU DE Chloé นับเป็น flanker รุ่นที่ 5 ของตระกูล Signature อันแสนโด่งดังประจำเฮาส์ Chloé ให้กลิ่นกุหลาบที่หรูหราไม่
.
L’EAU DE Chloé จัดเป็นน้ำหอมในกลุ่ม Chypre – Floral ที่ยืนพื้นด้วยกลิ่นของดอกก
.
นอกจากกุหลาบกับมะกรูดแล้ว ยังได้รับความหรูหราจาก Patchouli ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมันเป็นตัวโยงกลิ่นเข้าห
.
โน้ตหลักๆทั้ง 3 อย่าง จะอยู่ให้เราได้สัมผัสกันตล
.
มาพูดถึงด้านความทนและการกร
.
เนื่องจากน้ำหอมกลิ่นนี้ถูก
รีวิวน้ำหอม - Chloé EAU DE PARFUM INTENSE
[::REVIEW::]
Chloé – Chloé EAU DE PARFUM INTENSE
Perfumer : Michel Almairac, Amandine Marie, Robertet
Released Year : 2010
.
Chloé INTENSE มาในแพกเกจน้ำหอมสีเหลืองเข้มและโบว์สีเทาแก่เพื่อสื่อถึงความเข้มข้นที่ถูก อัดแน่นเพิ่มขึ้นจากรุ่น EDP อีกระดับ จริงๆรุ่นนี้เปรียบเสมือนเป็น flanker รุ่นพี่สาวของ Chloe EDP เนื่องจากให้ความรู้สึกโตเป็นผู้ใหญ่และเป็นทางการขึ้น โดยการนำโทนกลิ่น Oriental, Spicy และ Woody เข้ามาผสมกับดอกกุหลาบอันเป็นโน้ต Signature
.
โดยส่วนตัว Chloé INTENSE เป็นรุ่นที่เบิร์ดชอบมากที่สุดในไลน์ เหตุผลคือเบิร์ดเคยมีโอกาสใช้รุ่น EDP มาระยะหนึ่ง พบว่าตัวเองรู้สึกรำคาญและอึดอัดกับความคมเสียดจมูกหากได้กลิ่นจากผิวตัวเอง เป็นเวลานานๆ พอได้ลองรุ่น INTENSE ที่นุ่มนวลละมุนจมูกกว่าเก่าก็รู้สึกถึงความต่างของเนื้อกลิ่น(ซึ่งชอบ มากกว่าเดิม) ความคมจากกุหลาบนั้นถูกกลบด้วยโทนกลิ่นนุ่มๆจากถั่ว Tonka Bean และไม้หอม Sandalwood
.
เช่นเดียวกับโบว์ครีม, Chloé INTENSE ยืนพื้นด้วยกลิ่นดอกกุหลาบคมๆหรูๆ หากทว่าเป็นกุหลาบที่ถูกทำให้ dark และมีอายุด้วยโทน Oriental จากโน้ตกลุ่มไม้หอมและเครื่องเทศ และแม้รุ่นนี้จะปรากฏโน้ตเพียง 4 อย่างดังภาพ แต่จริงๆแล้วเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นซับซ้อนมากพอสมควร ให้ความรู้สึกถึงผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำ กระฉับกระเฉง มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่ภายใต้ภาพหญิงแกร่งคนนี้ลึกๆแล้วกลับซ่อนเร้นด้วยความอ่อนหวานและเซ็กซี่ แบบมีระดับ ชวนให้จินตนาการถึงสาวสวย ตาคม สวมชุดลูกไม้สีดำ ยืนกางร่มสีดำอยู่กลางฝน (หลอนดีมะ 5555)
.
ห้อยท้ายชื่อด้วยคำว่า INTENSE ดังนั้นแน่นอนว่านอกจากกลิ่นจะเข้มข้นขึ้นแล้ว ความทนและการกระจายต้องเพิ่มมากขึ้นด้วย แต่โดยส่วนตัวจากที่ได้ลองฉีดบนผิวมานับครั้งไม่ถ้วน Chloé INTENSE ดูไม่ค่อยเวิร์คบนผิวเบิร์ดเท่าไหร่นะ รู้สึกการกระจายตัวยังแพ้ EDP แต่ความทนพอๆกัน (ถึงยังไงก็แล้วแต่ สุดท้ายก็ยังรัก INTENSE มากกว่าอยู่ดี 555)
.
สามารถใช้ได้ทั้งอากาศร้อนและเย็น ทั้งกลางวันและกลางคืน เนื่องจาก Coty ตั้งใจเบลนกลิ่นนี้ให้สามารถใช้ได้ทุกสภาพอากาศตลอดปีอยู่แล้ว แต่โอกาสที่เหมาะก็ควรจะดูทางการซักนิดนึง ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันแนะนำเป็นโบว์สีอื่นๆจะดูชิวกว่า เช่น ROSE DE Chloé หรือ L’EAU DE Chloé เป็นต้น
.
ใครชอบ Chloé โบว์ครีม แต่รู้สึกกลิ่นชนกับผู้คนมากมาย ต้องการความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลองเลือกใช้รุ่น INTENSE ได้ แม้จะบอกว่าเหมาะกับงานทางการ แต่ถ้าชีวิตประจำวันคุณทำงาน เข้าประชุม หรือพบปะธุรกิจเป็นปกติทุกๆวัน สามารถใช้ได้ครับ ยิ่งตำแหน่งใหญ่ๆอย่างหัวหน้างานยิ่งเหมาะเพราะสามารถเพิ่มภูมิฐานความน่า เชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ลองคิดภาพดู หัวหน้าใช้ Chloé INTENSE มีลูกน้องใช้ Chloé EDP ส่วนนักศึกษาฝึกงานใช้ Chloé โบว์ขาว เขียว ชมพู เวลาคุยงานกันคงน่ารักดีที่ทุกคนในแผนกใช้น้ำหอมตระกูลเดียวกันหมด 555
รีวิวน้ำหอม - Chloé EAU DE TOILETTE
[::REVIEW::]
Chloé – Chloé EAU DE TOILETTE
Perfumer : Amandine Marie, Michel Almairac, Robertet
Released Year : 2009
.
จริงๆแล้ว Chloé EDT ตัวนี้ก็ไม่ต่างจาก EDP ตัวดั้งเดิมมากเท่าไหร่นัก 80% ยังคงเป็นกลิ่นกุหลาบคล้ายๆตัวเดิม ทว่ามันถูกปรับให้บางเบาลงและสดชื่นขึ้นโดยการลดทอนความรู้สึกหรูหราลง ประมาณหนึ่ง และเพิ่มเข้ามาด้วยโทน airy ใสๆคล้ายอากาศที่บางเบา และโทน powdery ที่นุ่มนวลชวนนึกถึงปุยเมฆสีขาวสะอาดตา
.
Chloé EDT เป็นน้ำหอมแนว Floral ที่ดำเนินกลิ่นด้วยโครงสร้างคล้ายคลึงกับตัว EDP รุ่นแม่แบบ คือ ยืนพื้นด้วยดอกกุหลาบคมๆหรูๆ ต่างที่รุ่นนี้จะคมน้อยกว่าเนื่องจากได้ไอริสเข้ามาช่วยเพิ่มโทนกลิ่น powdery ให้นุ่มนวลมากขึ้น ใครที่ใส่รุ่น EDP แล้วอึดอัด แสบจมูก หรือรำคาญกลิ่นแหลมๆทิ่มแทงจมูก ลองดูรุ่น EDT ได้ ใส่แล้วน่าจะสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง
.
โน้ตอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ Chloé EDT ก็เห็นจะเป็นแตงโมที่ทำหน้าที่มอบความรู้สึกสดชื่นฉ่ำๆแทนลิ้นจี่ในรุ่นเดิม แตงโมคือตัวการสำหรับโทน airy มอบความรู้สึกสดชื่นแบบสะอาด กึ่ง watery นิดๆ ซึ่งมันช่วยลดอายุของกลิ่นลงได้ประมาณหนึ่ง ทำให้รุ่นนี้ดูอ่อนเยาว์ลง
.
Top Notes จับกลิ่นดอกกุหลาบได้ในทันที มาแบบคมและใสสว่าง ชวนนึกถึงกุหลาบโทนสีขาวสะอาดท่ามกลางอากาศเย็นๆโปร่งๆราวกับกุหลาบขาวที่ ลอยอยู่บนท้องฟ้า กลิ่นคมจากกุหลาบยังคงบาดจมูกอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าหากเทียบกับรุ่น EDP ถือว่านุ่มนวลกว่าพอสมควร สาเหตุก็น่าจะเพราะได้โทน powdery จากไอริสเข้ามาช่วยคุมโทนให้อ่อนนุ่ม ละมุนละไมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จับกลิ่นแตงโมได้แบบจางๆอีกด้วย ซึ่งมอบความ airy คล้ายอากาศสดชื่นยามเช้าในช่วงเปิดได้ดี
.
กลิ่นแตงโมจะเริ่มเผยความ Synthetic ชัดขึ้นในช่วง Middle Notes จากแตงโมที่ให้กลิ่นหอมใสๆบางๆ กลับพุ่งทยานความ watery มากขึ้น โดยส่วนตัวคิดว่ามันแอบโยงหาโน้ตเมล่อนที่ให้กลิ่นโทน watery ใน Cool Water ได้ ต่างที่ของ Chloé เป็นกลิ่นแตงโม จะมีให้ตินิดหน่อยก็ตรงที่มีโทน Synthetic ที่ยังจับกลิ่นได้ (แต่ไม่มากเท่า Cool Water) นับว่าเป็นข้อดีที่สุคนธกรโฟกัสกลิ่นเด่นไปที่กุหลาบ ซึ่งกลบกลิ่นสังเคราะห์ของแตงโมได้มากทีเดียว โดยนอกจากกุหลาบแล้วตัวเด่นของช่วงนี้อีกอย่างคือฟรีเซียร์
.
กลิ่นแบบช่วงกลางจะอยู่ยาวไล่มายัน Drydown ที่เป็นช่วงของ Sandalwood แต่โดยส่วนตัวเบิร์ดจับกลิ่นไม่ได้ ยังคงเป็นกุหลาบสีขาวสะอาดๆ เพียงแค่กลิ่นอ่อนบางลงเรื่อยๆเท่านั้นเอง
.
แม้ Chloé รุ่นนี้จะมาในเบส EAU DE TOILETTE แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่มันติดทนค่อนข้างนาน และกระจายตัวได้เป็นรอง EDP เพียงแค่นิดเดียวจริงๆ ซึ่งเป็นทางเลือกแก่ลูกค้าอย่างเราๆว่าชอบแบบไหนมากกว่า ในคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน (แต่เท่าที่ดู คนส่วนมากก็น่าจะเลือก EDP โบว์ครีมกันมากกว่า เพราะเบิร์ดเองก็ไม่ชอบกลิ่น EDT)
.
เหมาะสำหรับใส่เรื่อยๆชิวๆในวันสบายๆ นักศึกษาใส่เรียนได้ หรือจะโดดเรียนไปดูหนัง เที่ยวห้าง เดินเล่น ฯลฯ อะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่เป็นโอกาสที่ไม่ซีเรียสจนเกินไป Chloé EDT ก็เหมาะสมกับทุกๆอย่างครับ
รีวิวน้ำหอม Chloé – ROSES DE Chloé
[::REVIEW::]
Chloé – ROSES DE Chloé
Perfumers: Michel Almairac, Mylène Alran
Released Year : 2013
.
ROSES DE Chloé เป็น flanker กลิ่นใหม่ล่าสุดของไลน์ ตัวนี้(คาดว่า)น่าจะพัฒนามาจาก Chloé ROSE EDITION (Limited Edition ปี 2008) โดยเผยความอ่อนหวานและมีชีวิตชีวาของดอกกุหลาบให้โดดชัดมากขึ้น ออกแนวกุหลาบสดใส หวานนิดหน่อย มาสไตล์น้ำสีชมพูที่สาวไทยหลงรัก
.
ROSES DE Chloé เป็นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหมือนรุ่น EDP และ INTENSE จัดอยู่ในกลุ่มน้ำหอมโทน Floral ที่เด่นด้วยดอกกุหลาบสดชื่น หวานใส น่ารักและอ่อนหวาน เหมือนพวงแก้มใสๆอมชมพูระเรื่อของเด็กผู้หญิงตัวน้อยในชุดเดรสพริ้วๆสีชมพู อ่อน
.
กลิ่นช่วงต้นนำโดยกุหลาบโทนสีชมพูกลีบฉ่ำน้ำกับลิ้นจี่ที่หวานอมเปรี้ยว กุหลาบที่ใช้เป็นส่วนผสมในการปรุง ROSES DE Chloé คือ กุหลาบพันธุ์ Damascus Rose (หรือชื่อไทยคือกุหลาบมอญ) มีลักษณะดอกบานใหญ่ สีชมพูบานเย็น มาพร้อมกับมะกรูดที่มอบความสดชื่นแบบไม่คมหรือออกเชิง citrus ซะทีเดียว เหมือนมาเติมความสดให้กุหลาบซะมากกว่า
.
เมื่อดำเนินเข้าสู่ช่วงกลาง กุหลาบเฉิดฉายได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยโทน Floral ใสๆที่รองพื้นบางๆ กลิ่นจะออกทางกุหลาบเพียวๆซะเป็นส่วนมาก สไตล์จะคล้ายๆกับ Paul Smith Rose, Stella ของ Stella McCartney หรือ Moroccan Rose จาก The Body Shop ต่างที่ Chloé มีความ girly มากกว่า คือดูอ่อนเยาว์แบบเด็กผู้หญิงใสๆไร้เดียงสา แต่ซ่อนความเซ็กซี่ไว้ลึกๆ อะไรทำนองนั้น
.
ช่วงปลายกลิ่นออกโทน Musky กุหลาบจืดจางลง เหลือเพียงกุหลาบที่บางเบามากๆ ติดผิวอ่อนๆ ความทนทานอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป แต่ติดทนน้อยที่สุดในตระกูล การกระจายตัวก็พอไปได้ คือไม่กระจายพุ่งแรงหวือหวาอย่างรุ่นอื่นๆ น่าจะสร้างออร่าความอ่อนโยนและเซ็กซี่แบบใสๆให้กับผู้ใส่ได้ดีเลยล่ะ
.
จัดว่าเป็นกลิ่นที่ใช้ง่ายมากๆ เพราะเจาะตลาด masstige market เต็มๆ เหมาะกับใช้ everyday use ใครมองหาน้ำหอมกลิ่นกุหลาบทันสมัย ลุคแบบผู้หญิงน่ารัก ผิวขาวๆใสๆ แต่งตัวหวานๆ เซ็กซี่นิดๆ ROSES DE Chloé เป็นอีกกลิ่นที่เหมาะมากๆ
Bvlgari Le Gemme Collection
Bvlgari Le Gemme Collection เป็นน้ำหอมใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำหอมที่น่าสะสม 6 แบบคือ
Ashlemah, Noorah, Amarena, Lilaia, Maravilla, Calaluna ทั้งหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องประดับเพชรพลอยและน้ำหอมแต่ละแบบก็มีการออกแบบดีไซน์ขวดน้ำหอมที่หรูหราเหมือนคนโธน้ำกรีกและโรมันโบราณ หลากสีสันแตกต่างกันไปแต่ละแบบ
Valeria Manini กรรมการผู้จัดการ Bulgari Parfums, ช่างจิลเวอลี่ชาวอิตาเลี่ยน, ผู้เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton เธอเริ่มต้นทำงาน Le Gemme collection เมื่อ 3 ปีก่อน แนวคิดไอเดียจะเน้นที่อัญมณีโบราณ ที่ซึ่งหลายๆคนในวันนี้รวมทั้งผู้ที่รักในอัญมณีลืมมันไปแล้ว "มันก็เหมือนเส้นทางของชา, เส้นทางของผ้าไหมผ้าฝ้าย เราพัฒนาและสานต่อจากเส้นทางของอัญมณี สร้างสรรผลงานน้ำหอมให้เป็นตัวแทนของความคิดและอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับอัญมณแต่ละแบบ"
Valeria Manini ได้กล่าวไว้และกล่าวเพิ่มเติมว่า เราได้ทำการปรึกษากับผู้ชำนาญด้านเพชรพลอยและน้ำหอมในโครงการนี้อีกด้วย
รายละเอียดของน้ำหอมแต่ละตัวในคอลเลคชั่นมีดังนี้
Ashlemah ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอัญมณีที่ชื่อว่า amethyst มันประกอบด้วยโน๊ตลาเวนเดอร์, ไวโอเล็ทและเฮลิโอโทรป
Noorah ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก turquoise หลายๆท่านคงจะนึกหน้าตาของอัญมณีชิ้นนี้ออก มันเป็นหินสีฟ้าอมเขียวที่มีความเกี่ยวข้องเรื่องเครื่องรางค์ของขลัง น้ำหอมนี้ประกอบด้วยโน๊ต& galbanum, กระวาน, ดอกไอริส, กำยาน, ยาสูบ, โอ๊ค, oil, แพทชูลี่และวนิลลา
Amarena เป็นน้ำหอมของตัวแทนอัญมณีที่ชื่อว่า tourmaline เป็นการผสมผสานเสน่ห์เย้ายวนของดอกซ่อนกลิ่นและกลิ่นแป้งของกุหลาบ
Lilaia เป็นน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก peridot อัญมณีสีเขียวส่องประกาย ประกอบด้วยโน๊ต mastic, สะระแหน่, ส้มและmate
Maravilla เป็นตัวแทนของอัญมณีที่ชื่อ citrine ให้กลิ่นแนว chypre เต็มไปด้วยกลิ่นซิตรัส, โน๊ตผลไม้อย่างพีช, มะลิ, แพทชูลี่และ acethyvenol
Calaluna ตัวแทนของ Moonstone ประกอบด้วยไม้จันทน์หอม, กระวาน, เฮลิโอโทรป, แอมเบอร์และแพร
น้ำหอมทั้ง 6 ตัวในคอลเล็คชั่น Bvlgari Le Gemme มีปริมาตรตั้งแต่ 30 ml. ถึง 350 ml. ราคาน้ำหอมในปริมาตร 100 ml. สนนราคาอยู่ที่ 280 ยูโร มันจะเริ่มต้นวางจำหน่ายก่อนในเอเชียและยุโรป ส่วนอเมริกาจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2558
Ashlemah, Noorah, Amarena, Lilaia, Maravilla, Calaluna ทั้งหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องประดับเพชรพลอยและน้ำหอมแต่ละแบบก็มีการออกแบบดีไซน์ขวดน้ำหอมที่หรูหราเหมือนคนโธน้ำกรีกและโรมันโบราณ หลากสีสันแตกต่างกันไปแต่ละแบบ
วีดีโอแนะนำของ LE Gemme Collection
"นี่คือโปรเจคท์พิเศษที่จะเป็นตัวแทนของแบรนด์ในระยะยาว"
Valeria Manini กรรมการผู้จัดการ Bulgari Parfums, ช่างจิลเวอลี่ชาวอิตาเลี่ยน, ผู้เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton เธอเริ่มต้นทำงาน Le Gemme collection เมื่อ 3 ปีก่อน แนวคิดไอเดียจะเน้นที่อัญมณีโบราณ ที่ซึ่งหลายๆคนในวันนี้รวมทั้งผู้ที่รักในอัญมณีลืมมันไปแล้ว "มันก็เหมือนเส้นทางของชา, เส้นทางของผ้าไหมผ้าฝ้าย เราพัฒนาและสานต่อจากเส้นทางของอัญมณี สร้างสรรผลงานน้ำหอมให้เป็นตัวแทนของความคิดและอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับอัญมณแต่ละแบบ"
Valeria Manini ได้กล่าวไว้และกล่าวเพิ่มเติมว่า เราได้ทำการปรึกษากับผู้ชำนาญด้านเพชรพลอยและน้ำหอมในโครงการนี้อีกด้วย
รายละเอียดของน้ำหอมแต่ละตัวในคอลเลคชั่นมีดังนี้
Ashlemah ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอัญมณีที่ชื่อว่า amethyst มันประกอบด้วยโน๊ตลาเวนเดอร์, ไวโอเล็ทและเฮลิโอโทรป
Noorah ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก turquoise หลายๆท่านคงจะนึกหน้าตาของอัญมณีชิ้นนี้ออก มันเป็นหินสีฟ้าอมเขียวที่มีความเกี่ยวข้องเรื่องเครื่องรางค์ของขลัง น้ำหอมนี้ประกอบด้วยโน๊ต& galbanum, กระวาน, ดอกไอริส, กำยาน, ยาสูบ, โอ๊ค, oil, แพทชูลี่และวนิลลา
Amarena เป็นน้ำหอมของตัวแทนอัญมณีที่ชื่อว่า tourmaline เป็นการผสมผสานเสน่ห์เย้ายวนของดอกซ่อนกลิ่นและกลิ่นแป้งของกุหลาบ
Lilaia เป็นน้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก peridot อัญมณีสีเขียวส่องประกาย ประกอบด้วยโน๊ต mastic, สะระแหน่, ส้มและmate
Maravilla เป็นตัวแทนของอัญมณีที่ชื่อ citrine ให้กลิ่นแนว chypre เต็มไปด้วยกลิ่นซิตรัส, โน๊ตผลไม้อย่างพีช, มะลิ, แพทชูลี่และ acethyvenol
Calaluna ตัวแทนของ Moonstone ประกอบด้วยไม้จันทน์หอม, กระวาน, เฮลิโอโทรป, แอมเบอร์และแพร
น้ำหอมทั้ง 6 ตัวในคอลเล็คชั่น Bvlgari Le Gemme มีปริมาตรตั้งแต่ 30 ml. ถึง 350 ml. ราคาน้ำหอมในปริมาตร 100 ml. สนนราคาอยู่ที่ 280 ยูโร มันจะเริ่มต้นวางจำหน่ายก่อนในเอเชียและยุโรป ส่วนอเมริกาจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2558
รีวิวน้ำหอม CHANEL – CHANEL N°5 โดย หวานละมุน
CHANEL – CHANEL N°5
Perfumer : Ernest Beaux
.
CHANEL N°5 ถือเป็นน้ำหอมรุ่นคลาสสิคที่สร้างชื่อเสียงให้กับ CHANEL และโลกของวงการน้ำหอมเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าน้ำหอมกลิ่นนี้เป็นกลิ่นแรกของโลกที่เริ่มบุกเบิกการนำสาร Aldehyde เข้ามาเป็นส่วนผสมในการปรุงน้ำหอม โดยสุคนธกรที่อยู่เบื้องหลังตำนานความคลาสสิคนี้คือ Ernest Beaux
.
CHANEL N°5 วางขายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1921 โดยในสมัยนั้นมีวางขายด้วยกันทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ Eau de Parfum, Eau de Toilette และ Eau de Cologne ซึ่งว่ากันว่าสูตร Original แท้ๆนั้นมีส่วนผสมมากถึง 130 อย่างเลยทีเดียว สำหรับสูตรที่วางขายอยู่ ณ ปัจจุบัน เบิร์ดไม่แน่ใจว่ารีฟอร์มครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ (คาดว่าน่าจะปี 1986) ประวัติ+เรื่องราวอื่นๆเบิร์ดขอยังไม่พูดถึงเพราะมันค่อนข้างเยอะ เดี๋ยวจะยาว สำหรับใครที่สนใจเรื่องราวของน้ำหอมอมตะกลิ่นนี้สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ จากเว็บไซต์หลายๆแห่งนะ
.
ดังที่ได้เกริ่นถึงโน้ต Aldehyde ไปในย่อหน้าแรก ขอขยายความซักนิด เจ้าโน้ตตัวนี้คือสารที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาด้วยกระบวนการทางเคมี หากนำมาเป็นส่วนผสมในน้ำหอมกลิ่นใดจะทำให้กลิ่นของน้ำหอมนั้นๆมีความเก่าแก่ โบราณ ราวกับหีบสมบัติอายุนับพัน หนุ่มๆสาวๆสมัยใหม่ไม่น่าจะชอบโน้ตตัวนี้เท่าไหร่นัก เพราะมันให้อารมณ์เข้าถึงยากไปสักหน่อย (และบางคนก็ว่าเหม็นไปเลยก็มี) โน้ต Aldehyde ถือเป็นนางเอกของ CHANEL N°5 และปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้น้ำหอมกลิ่นนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น หากมีใครซักคนถามถึงน้ำหอมกลิ่นคลาสสิค อมตะ ไร้กาลเวลา CHANEL N°5 ก็มักจะเป็นคำตอบแรกที่ทุกคนนึกถึงเสมอ
.
CHANEL N°5 เป็นน้ำหอมแนว Floral – Aldehyde มีส่วนประกอบสำคัญคือสาร Aldehyde และโน้ตโทน Floral อันเป็น Signature รอง ได้แก่ กระดังงา, มะลิ, กุหลาบ และนีโรลี่ ผสมผสานเข้ากับดอกไอริส ให้กลิ่นอาย Powdery ที่นุ่มนวลฟุ้งเฟ้อ คล้ายกลิ่นแป้งเด็กสมัยโบราณ ให้ความรู้สึกอ่อนโยน สุภาพเชิงทางการ และในขณะเดียวกันก็เซ็กซี่เย้ายวนแบบผู้ใหญ่อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใส่เพื่อพบปะทางธุระอะไรก็แล้วแต่ที่ดูเป็นทางการ ต้องการความเชื่อถือ มีภูมิฐาน ให้ภาพถึงผู้หญิงวัย 50 ปี แต่งกายด้วยชุดสุภาพสี Beige ถือกระเป๋า Hermes Kelly สีดำ สวมสร้อยไข่มุกจาก CHANEL รวบผมตึงเป๊ะ ทาลิปสติกสีแดงสด ฯลฯ อารมณ์คุณหญิงคุณนายหน่อยๆ น่าจะพอนึกภาพกันออกเนอะ 555
.
Top Notes พบกับส่วนผสมตระกูล Citrus ดังเช่น มะกรูด มะนาว และนีโรลี่ แต่ไม่ใช่ออกโทน Citrus จ๋าจนสดชื่น เปรี้ยว ใส เหมือนอย่าง Cologne หลายๆยี่ห้อ เนื่องจากโน้ต Aldehyde กับ Iris เข้ามาคุมโทนตั้งแต่ก้าวแรก ให้กลิ่นที่ออกแนวแป้งเด็ก(ที่ไม่เด็ก) Powdery ฟุ้งๆ นวลเนียน แน่นหน่อยๆ มีความหรูหราฟู่ฟ่าชัดเจน ให้ฟีลถึงความสุภาพ มีอำนาจที่น่าเกรงขาม มีเหตุมีผล และเซ็กซี่ในแบบผู้ใหญ่ บางคนบอกว่ากลิ่นนี้ป้ามากๆ อืม ก็ใช่ อันนี้ไม่เถียง 5555 (ใช้คำว่าคลาสสิคจะดูดีกว่าเนอะ 55555) หากคุณอายุยังไม่เข้าใกล้เลข 5 แล้วสนใจน้ำหอมกลิ่นนี้ แนะนำเป็น CHANEL N°5 รุ่น EAU PREMIERE จะโอเคกว่า เนื่องจากกลิ่นดูอ่อนเยาว์ลง ทันสมัยขึ้น และลดความทางการลงมานิดหน่อย
.
ช่วงกลางจับกลิ่น Floral ได้ชัด มีมะลิ กุหลาบ และกระดังงา รวมกับโทน Powdery จากไอริส และแน่นอน ถูกคุมโทนอยู่ภายใต้ Aldehyde กุหลาบพันธุ์ที่ใช้เป็นส่วนผสมแก่ CHANEL N°5 เขาแจ้งว่าเป็นกุหลาบ May Rose ซึ่งจะเก็บเกี่ยวได้เฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีเท่านั้น เมื่อโน้ต Floral ต่างๆเริ่มก้าวเข้ามาร่วมวง ความอ่อนโยนตามสัญชาตญาณผู้หญิงเริ่มเผยมากขึ้น มีความอ่อนหวาน นอบน้อม ผู้หญิงคนเดิมในชุดสีครีม กระเป๋าสีดำ สวมสร้อยไข่มุก เริ่มมีรอยยิ้มที่เป็นมิตร ไม่ได้ดุหรือน่ากลัวอย่างที่แรกเห็น
.
Base Notes อบอุ่น เนียนนุ่ม ละมุนละไม กลิ่นแป้งเด็กสุภาพอ่อนโยนเคล้าตามมาด้วยโทน Woody นุ่มๆจาก Sandalwood และวานิลา ออกกลิ่นเชิงแมกไม้ที่หวานนิดหน่อย ควบคู่ไปกับ Floral และ Aldehyde ในสูตรดั้งเดิมเห็นว่ามีโน้ต Civet ประกอบด้วย แต่สูตรปัจจุบันนี้ไม่มี คาดว่าน่าจะเป็นการลดความเซ็กซี่รุนแรงจัดจ้านเชิง Animalic ลงไป เพราะ Civet นี่ก็คือกลิ่นที่สกัดมาจากสัตว์ดีๆนี่เอง (ไม่เคยลองสูตรเดิมมาก่อนก็เดาๆกันไป =0=)
.
จัดเป็นน้ำหอมกลิ่นหนึ่งที่กลิ่นแรง ฉุน เข้มข้น ติดทนอย่างมาก และกระจายตัวได้ดีมากๆเช่นกัน ใส่นิดเดียวกลิ่นก็ฟุ้งเวอร์แล้วล่ะ ใส่ทำงาน ออกงานทางการ งานสังคมกลางคืน หรือวันที่ต้องการความพิเศษ เหมาะมากที่สุด
.
.
.
http://www.fragrantica.com/perfu…/Chanel/Chanel-N-5-608.html
รีวิวน้ำหอม ELIE SAAB - ELIE SAAB LE PARFUM INTENSE
ELIE SAAB - ELIE SAAB LE PARFUM INTENSE
Fragrance Notes
Top Notes : Orange blossom
Heart Notes : Rose honey, Ylang-ylang
Base Notes : Patchouli, Amber
แน่นอนว่าห้อยท้ายด้วยคำว่า INTENSE แปลว่ากลิ่นต้องแรงเข้มขึ้น จากรุ่นต้นตำหรับอีกเท่าตัว ซึ่งในความเห็นของเราแล้ว ตัวนี้กลิ่นจัดได้ว่าหอมแรง จริงๆ (ตัวต้นตำหรับกลิ่นก็แรงชัด เจนอยู่แล้วนะ) พอเขาทำรุ่นเข้มข้นขึ้นมาก็ แอบสะพรึงในตอนแรกเหมือนกัน 5555
LE PARFUM INTENSE นั้นเด่นด้วยอำพัน แพชุลี่ และน้ำผึ้ง กลิ่นยังคล้ายๆรุ่นเดิมแต่ห วานแน่นขึ้นด้วยอำพันที่เสร ิมความ oriental หนักแน่นให้กับน้ำผึ้ง (ซึ่งหวานเยิ้มเป็นทุนเดิมอ ยู่แล้ว) กลิ่นที่ออกมาจึงหวานมาก กลิ่นแรงจนอาจจะอึดอัดไปสำห รับหลายๆคน ระดับความแรงพอๆกับ Guerlain Samsara เลยล่ะ กลิ่นลักษณะนี้จะเหมาะสำหรั บใส่ในตอนกลางคืนหรือใส่ในฤ ดูหนาวจะเหมาะกว่า พูดถึงแล้วกลิ่นนี้ไม่เหมาะ อย่างยิ่งกับสภาพอากาศเมือง ไทยที่ร้อนแผดเผาตลอดทั้งปี ต่อให้เป็นฤดูหนาวเองก็คงจะ ร้อนไปหากจะใส่กลิ่นนี้ (แนะนำว่าหันไปเลือกรุ่น EDP กับ EDT)
LE PARFUM INTENSE ให้ภาพลักษณ์ของกลิ่นที่หรู หราจัดๆทั้งรูปลักษณ์ของขวด และเนื้อกลิ่น ซึ่งดูมีอายุกว่ารุ่นออริจิ นอล ตัวนี้ก็ยังมีโน้ต White Floral จากดอกส้มหลงเหลือไว้ให้สัม ผัสกันเช่นเคย ผสานกับกลิ่นอายโทนมะลิหวาน ๆที่คล้ายกับถูกหมักอยู่ในโ หลน้ำผึ้งหวานเข้ม ตัวนี้กลิ่นจะออกทางผู้ใหญ่ หน่อยนะครับ เหมาะกับใส่ออกงานได้ ความทนไม่ต้องพูดถึง จากที่ลองเทสมา ทนมากกว่ารุ่น EDP ปกติเสียอีก และกระจายตัวได้แรงประหนึ่ง Dior - Poison แนะนำให้ลองสำหรับคนชอบน้ำห อมกลิ่นเข้มๆทนๆครับ ส่วนตัวชอบรุ่นปกติมากกว่าเ พราะกลิ่นกำลังดี จะแรงก็ไม่แรงเกินไป ได้กลิ่นทีไรใจละลายตลอด เลิฟ เลิฟ >///<
http:// www.fragrantica.com/ perfume/Elie-Saab/ Le-Parfum-Eau-de-Parfum-Int ense-18517.htm
Fragrance Notes
Top Notes : Orange blossom
Heart Notes : Rose honey, Ylang-ylang
Base Notes : Patchouli, Amber
แน่นอนว่าห้อยท้ายด้วยคำว่า
LE PARFUM INTENSE นั้นเด่นด้วยอำพัน แพชุลี่ และน้ำผึ้ง กลิ่นยังคล้ายๆรุ่นเดิมแต่ห
LE PARFUM INTENSE ให้ภาพลักษณ์ของกลิ่นที่หรู
http://
รีวิวน้ำหอม GIORGIO ARMANI – Si
GIORGIO ARMANI – Si
Fragrance Notes
Top Notes : Blackcurrant, Bergamot, Mandarin Orange
Middle Notes : Jasmine, Neroli, Rose
Base Notes : Vanilla, Patchouli, Amber, Woody Notes
Si นั้นเป็นน้ำหอมกลิ่นใหม่จาก
Si ปรุงโดย Christine Nagel ให้กลิ่นที่หวานแน่นสไตล์หร
ช่วงกลางดูไม่โดดเด่นเท่าไห
http://
รีวิวน้ำหอม Dior – Miss Dior Eau DE Parfum
Dior – Miss Dior Eau DE Parfum
-
Fragrance Notes
Top Notes : Italian mandarin
Heart Notes : Arabian jasmine absolute
Base Notes : Indonesian patchouli, Musk
-
-
-
ไม่อยากจะพูดอะไรมากเกี่ยวก
-
Miss Dior เป็นน้ำหอมแนว Chypre – Floral หรูหรา จัดอยู่ในกลุ่มโทนเดียวกันก
-
-
โน้ตตัวเด่นๆของ Miss Dior ก็คงจะหนีไม่พ้น Patchouli หรือพิมเสนอันให้กลิ่นหรูหร
ช่วงกลางมีมะลิเป็นส่วนผสม แต่ทำได้แค่รองบางๆอยู่ด้าน
-
-
-
สรุปน้า Miss Dior EDP เป็นน้ำหอม Chypre – Floral ให้กลิ่นแพทชูลี่หรูหรา เจือกับส้มเขียวหวานสดชื่นใ
รีวิวน้ำหอม Dior – Dior Addict Eau De Toilette
Dior – Dior Addict Eau De Toilette
-
Fragrance Notes
Top Notes : Mandarin Orange
Middle Notes : Jasmine, Neroli
Base Notes : Vanilla, Sandalwood
-
-
-
ดังที่เคยพูดบ่อยๆว่า น้ำหอม Dior เป็นอะไรที่ขยันปรับสูตรและ เปลี่ยนแพกเกจบ่อยจนตามไม่ท ัน มารอบนี้ กลางปี 2014 ก็เปลี่ยนแพกเกจให้กับ Dior Addict EDP กับ Dior Addict Eau Fraiche อีกครั้ง พร้อมกับส่งน้ำหอมกลิ่นใหม่ ในตระกูลออกมาอีกด้วย นั่นคือ Dior Addict EDT นั่นเอง รุ่นนี้พัฒนามาจาก Addict EDP ตัวดังที่ปรับให้กลิ่นบางเบ าลง ใช้ง่ายขึ้น แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้คล้ ายกับตัวเดิมเท่าไหร่นะ จะเป็นอย่างไรมาอ่านรีวิวกั นได้ อีโมติคอน smile
-
-
จริงๆ Dior Addict EDT ขวดนี้กลิ่นเรียบง่ายและดูธ รรมดาไปหน่อย เป็นกลิ่นแนวส้มๆที่ค่อนข้า งเบสิค ใช้ง่าย เข้าถึงง่าย หากดมเฉพาะตอนต้นแทบจะไม่พบ ส่วนเกี่ยวข้องกับ Addict EDP เลยเพราะกลิ่นหวานๆจากวานิล านั้นลดลงไปเยอะ ได้กลิ่นแต่ส้มใสๆ ต้องใช้เวลาอยู่กับนางนานหน ่อยถึงจะพบกลิ่นหวานๆแน่นๆจ ากวานิลาที่เชื่อมโยงเข้าหา พี่สาว Addict EDP ได้บ้างนิดๆ หลักๆแล้วเจ้า EDT จะยืนพื้นด้วยส้ม มะลิ และวานิลา ให้ความรู้สึกเซ็กซี่อ่อนๆแ ฝงไปกับความสดใสร่าเริงแบบผ ู้หญิงๆ
-
-
Dior Addict EDT เป็นน้ำหอม Citrus – Floral เด่นที่กลิ่นส้ม Mandarin Orange กับมะลิ เปิดมาในแว้บแรกก็ได้กลิ่นส ้มทันที สดชื่นเหลือเกิน ออกเปรี้ยวหน่อยแต่ไม่ถึงกั บเปรี้ยวจี๊ดบาดจมูก อยากให้จินตนาการถึงตอนที่ค ุณกำลังกัดกินเนื้อส้มเขียว หวานชิ้นใหญ่ที่ฉ่ำแน่นไปด้ วยน้ำส้มรสหวานอมเปรี้ยว มีชีวิตชีวา ให้อารมณ์สดชื่นถึงขีดสุดเห มือนดูโฆษณาน้ำส้มทางทีวีเล ย ทั้งนี้ยังได้กลิ่นอาย Oriental แฝงอยู่จางๆ
-
ซักพักจะเริ่มฉายแวว White Floral จากมะลิกับนีโรลี่ ซ้อนไปกับส้มแมนดารินที่สดช ื่นดังเดิม โดยรวมๆตอนแรกจะออกทางใสสว่ างหน่อย แต่พอทิ้งไว้นานๆกลิ่นก็จะเ ริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยมีกลิ่นหวาน Woody ค่อยๆแทรกขึ้นมาทีละน้อย
-
จนในที่สุด ช่วงเบสออกหวาน Woody อบอุ่นจากวานิลาและไม้หอม เจือไปกับกลิ่นส้มใสๆที่เริ ่มจะอ่อนหวาน แน่นขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งดูๆแล้วสามารถใช้ในฤดูห นาวบ้านเราได้อย่างเหมาะเจา ะ หรือจะใช้ในฤดูร้อนก็ยังได้ อยู่ เพราะกลิ่นโทน Citrus แรงพอตัว
-
-
หากคุณเป็นคนที่ชอบน้ำหอมกล ิ่นส้มอย่าง BVLGARI Omnia INDIAN GARNET มันก็ไม่เสียหายถ้าคุณจะลอง Dior Addict EDT ด้วย ใน คหสต ของเรามันให้อารมณ์คล้ายๆกั นนะ คือกลิ่นส้มสดชื่นติดหวานหน ่อยๆ ไม่ได้หวานเจี๊ยบซะทีเดียว
-
-
-
สรุปละนะ Dior Addict EDT เป็นน้ำหอม Citrus – Floral ที่เด่นด้วยกลิ่นส้ม รองด้วยมะลิ ให้กลิ่นที่สดชื่น สดใส ทว่าแฝงความเซ็กซี่เล็กๆไว้ กับวานิลาและไม้หอม เป็น flanker ที่ดูค่อนข้างจะห่างไกลจากร ุ่นต้นตำหรับเหลือเกิน แต่ก็ยังพอโยงเข้าหากันได้บ ้างนิดๆหน่อยๆ กลิ่นนี้เหมาะสำหรับใส่ในอา กาศร้อนๆแบบประเทศไทยมาก เพราะหลักๆแล้วกลิ่นจะสดชื่ นเปรี้ยวๆ และยังมีกลิ่นอบอุ่นแฝงอยู่ จะใช้ในฤดูร้อนก็ได้ ฤดูหนาวก็โอเค เหมาะสำหรับผู้หญิงในทุกๆวั ย และใครที่ชอบกลิ่นส้มๆอยู่แ ล้วก็แนะนำให้ลองดูนะ แม้จะไม่ใช่กลิ่นที่ดูโดดเด ่นอะไร แต่ก็เป็นน้ำหอมกลิ่นนึงที่ ใช้ง่าย และใช้ได้แทบจะทุกโอกาส
-
Fragrance Notes
Top Notes : Mandarin Orange
Middle Notes : Jasmine, Neroli
Base Notes : Vanilla, Sandalwood
-
-
-
ดังที่เคยพูดบ่อยๆว่า น้ำหอม Dior เป็นอะไรที่ขยันปรับสูตรและ
-
-
จริงๆ Dior Addict EDT ขวดนี้กลิ่นเรียบง่ายและดูธ
-
-
Dior Addict EDT เป็นน้ำหอม Citrus – Floral เด่นที่กลิ่นส้ม Mandarin Orange กับมะลิ เปิดมาในแว้บแรกก็ได้กลิ่นส
-
ซักพักจะเริ่มฉายแวว White Floral จากมะลิกับนีโรลี่ ซ้อนไปกับส้มแมนดารินที่สดช
-
จนในที่สุด ช่วงเบสออกหวาน Woody อบอุ่นจากวานิลาและไม้หอม เจือไปกับกลิ่นส้มใสๆที่เริ
-
-
หากคุณเป็นคนที่ชอบน้ำหอมกล
-
-
-
สรุปละนะ Dior Addict EDT เป็นน้ำหอม Citrus – Floral ที่เด่นด้วยกลิ่นส้ม รองด้วยมะลิ ให้กลิ่นที่สดชื่น สดใส ทว่าแฝงความเซ็กซี่เล็กๆไว้
รีวิวน้ำหอม Christian Dior – Dolce Vita
Christian Dior – Dolce Vita
-
Fragrance Notes
Top Notes : Magnolia, Lily-of-the-valley, Rose
Heart Notes : Apricot, Peach, Cinnamon
Base Notes : Heliotrope, Sandalwood, Vanilla
-
-
Dior ประเทศไทยพึ่งนำ Dolce Vita เข้ามาวางขายในปี 2014 นี่เองนะ มาพร้อมกับ Miss Dior EDT Originale จริงๆแล้วเจ้า Dolce Vita นี้เนี่ยเป็นน้ำหอมที่วางขา ยมานานมากแล้วในเมืองนอก (ตั้งแต่ปี 1994) เพียงแต่ประเทศไทยไม่นำเข้า มาขายเอง คนไทยเลยอาจจะไม่คุ้นเคยกับ หน้าตานางเท่าไหร่นัก ตอนนี้ก็มีขายตามเค้าเตอร์แ ล้ว สามารถแวะไปเทสกลิ่นกันได้จ ้า
-
Dolce Vita เป็นน้ำหอมอบอุ่น เหมาะกับวัยผู้ใหญ่ หากคุณอายุยังไม่แตะเลข 4 ขอแนะนำว่าอย่าพึ่งไปลองเลย นะ อาจจะยังไม่เหมาะ กลิ่นของนางค่อนข้างจะซับซ้ อน
มีมิติมากมาย หวานสมชื่อ (Dolce Vita แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า
ชีวิตที่แสนหวาน) โดยหวานในเชิง Spicy จากชินนาม่อนและวานิลา, Fruity
จากพีชและแอปริคอต, Woody จากไม้หอม และติด Powdery
คล้ายแป้งฟุ้งๆอบอวลอีกต่าง หาก เป็นกลิ่นสำหรับผู้ใหญ่ที่จ ัดว่าเซ็กซี่มากพอสมควร
-
โน้ตในช่วงเปิดปรากฏดอกไม้ด ังเช่น
แมกโนเลีย, Lily of the Valley และกุหลาบ ดูจากโน้ตแล้วเหมือนจะออก Floral
แต่เปล่าเลย น้ำหอมกลิ่นนี้ไม่มี Top Notes เพราะทันทีที่สเปรย์ออกมาจม ูกก็แตะกับชินนาม่อน แอปริคอต และพีช (ซึ่งเป็นโน้ตจากช่วงกลางล้ วนๆ) ให้ความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้ง Warm Spicy, Powdery, Woody, Fruity
-
เปิดมาเจอกับกลิ่นแป้งฟุ้งๆ อบอวลก่อนเป็นอย่างแรก บาดจมูกเวอร์ มีชินนาม่อนโดดออกมา ตามด้วยผลไม้อย่างพีชกับแอป ริคอต ออกกลิ่นแป้ง หวานอบอวลแก่ๆ ช่วงต้นนี่เบิร์ดมองว่ากลิ่ นนางคล้ายกับ Tresor ของ Lancome น่าจะเป็นเพราะกลิ่นพีชและอ อกทางแป้งเหมือนกัน จะต่างที่ Tresor เซ็กซี่กว่าเพราะมีกุหลาบเด ่น
-
กลิ่นกลางไม่ต่างจากช่วงแรก นัก แค่ซอฟลงหน่อยๆเท่านั้น ขออนุญาตผ่าน ไปเจอช่วงเบสเลยดีกว่า ช่วงเบสได้วานิลากับไม้จันท น์หอมเข้ามาเสริม ให้กลิ่น Woody เจือกับของเก่าที่ยังเหลือใ ห้สัมผัสได้ คือ ชินนาม่อน และพีช เบิร์ดว่า Dolce Vita หอมในช่วงเบสมากกว่าช่วงต้น ๆอีกนะ ไม่รู้สิ พอมีวานิลากับไม้หอมเข้ามาเ สริมแล้วมันดูอบอุ่นนุ่มนวล ต่างจากช่วงแรกที่แสบจมูกเห ลือเกิน กลิ่นฟุ้งและติดทนมาก ส่วนเบิร์ดชอบที่จะดมกลิ่นน ี้แบบผ่านๆเป็นระยะๆ แต่ถ้าให้ใช้เองแล้วอยู่กับ นางทั้งวัน บ๊ายบายนะ นอกจากจะเกินอายุไปเท่าตัวแ ล้วกลิ่นยังแสบจมูกเกิน 5555
-
สรุปคร่าวๆโดยรวม Dolce Vita เป็นน้ำหอมสำหรับผู้ใหญ่ที่ ซับซ้อนและเข้าถึงยากหน่อย ให้กลิ่นหวานอบอุ่นในเชิง Warm Spicy ที่ออกโทนแป้งอวลๆฟุ้งๆ เหมาะแก่การใส่ในห้องแอร์หร ือยามอากาศเย็นๆหน่อย ซึ่งไม่เหมาะกับประเทศไทยเท ่าไหร่นัก ใส่ทำงานได้ ออกงานกลางคืนได้ ระดับความเซ็กซี่ เอาไป 10 เต็ม
-
Fragrance Notes
Top Notes : Magnolia, Lily-of-the-valley, Rose
Heart Notes : Apricot, Peach, Cinnamon
Base Notes : Heliotrope, Sandalwood, Vanilla
-
-
Dior ประเทศไทยพึ่งนำ Dolce Vita เข้ามาวางขายในปี 2014 นี่เองนะ มาพร้อมกับ Miss Dior EDT Originale จริงๆแล้วเจ้า Dolce Vita นี้เนี่ยเป็นน้ำหอมที่วางขา
-
Dolce Vita เป็นน้ำหอมอบอุ่น เหมาะกับวัยผู้ใหญ่ หากคุณอายุยังไม่แตะเลข 4 ขอแนะนำว่าอย่าพึ่งไปลองเลย
-
โน้ตในช่วงเปิดปรากฏดอกไม้ด
-
เปิดมาเจอกับกลิ่นแป้งฟุ้งๆ
-
กลิ่นกลางไม่ต่างจากช่วงแรก
-
สรุปคร่าวๆโดยรวม Dolce Vita เป็นน้ำหอมสำหรับผู้ใหญ่ที่
รีวิวน้ำหอม DAVIDOFF – Cool Water NIGHT DIVE Women
DAVIDOFF – Cool Water NIGHT DIVE Women
Perfumer : Véronique Nyberg
-
Fragrance Notes
Top Notes : Italian mandarin, Ginger
Heart Notes : Hyacinth, Jasmine
Base Notes : Patchouli, Cedar, Amber
-
-
-
Cool Water NIGHT DIVE WOMEN ถูกส่งออกมาหลังจากที่ Davidoff ได้ปล่อย NIGHT DIVE ของผู้ชายออกมาก่อน ซึ่งทำได้ค่อนข้างดี ไม่แพ้ flanker รุ่น Limited Edition ตัวก่อนๆที่เคยส่งออกมา แต่สำหรับรุ่นของผู้หญิงนี้ อาจจะดูแปลกไปนิด ดูหลุดคอนเซปยังไงก็ไม่รู้ =0= คอนเซปที่ถูกวางไว้ในตอนแรก คือเรื่องราวของการดำน้ำในม หาสมุทรยามค่ำคืน ซึ่ง(น่า)จะต้องมีกลิ่นที่ห นักแน่น เย้ายวน เข้ากับบรรยากาศท้องทะเลที่ มืดมิด พิศวง เต็มไปด้วยความเร้นลับชวนค้ นหา แต่เนื่องจากว่ากลิ่นของ NIGHT DIVE รุ่นนี้กลับไม่ใช่แบบนั้นน่ ะสิ มันออกทางสดชื่น และโทน Floral ค่อนข้างโดดชัด โดยตัวการหลักคือ Hyacinth กับมะลิ โน้ตอื่นๆยังคงความเรียบง่า ยเหมือน
รุ่นผู้ชาย ประกอบด้วยส้ม Italian Mandarin, ดอกมะลิ, Patchouli, และไม้
Cedar และที่ต้องบอกเลยคือ Cool Water Women Night Dive กับ Cool Water
Women ตัวต้นตำหรับ กลิ่นไม่คล้ายกันนะจ๊ะ ^^
-
ช่วงเปิดค่อนข้างสดชื่นดีที เดียว
ล่ะ ออกทาง Sparkling สว่างไสว ระยิบระยับ พบกับส้ม Italian Mandarin
นำมาเป็นอย่างแรก ให้โทน Citrus สดชื่น เย็นๆ หากแต่รองด้วย Patchouli
ที่ให้โทน Chypre ตั้งแต่ต้น ซึ่งดีหน่อยตรงที่ Patchouli มาแบบเบาๆ สบายๆ
ไม่หนักหน่วงจัดเต็มมากนัก เมื่อเจอกับกลิ่นส้มแล้วให้ กลิ่น
Citrus หรูหรา ซึ่งสดชื่น กลิ่น Chypre ปน Citrus แบบนี้
คุณผู้อ่านสามารถพบได้ใน Chanel Chance EDP และ EDT
ซึ่งเป็นกลิ่นที่สะอาดและสด ชื่นมากๆเช่นเดียวกัน (แต่ไม่ได้บอกว่ากลิ่นคล้าย กันนะ)
-
หลังจากนั้นเมื่อกลิ่นดำเนิ นเข้าสู่ตอนกลาง พบกับดอก Hyacinth ที่มอบความ Floral สดๆ เคล้าด้วยกลิ่นหอมละมุนจากด อกมะลิ อันเป็นตัวแทนของความ Feminine สื่อถึงภาพความเป็นผู้หญิงไ ด้ดี และค่อยๆเบนเข้าสู่กลิ่น Woody หวานๆ
จากไม้ Cedar + Amber ที่เหมือนพยายามจะสื่อให้เห ็นถึงภาพยามกลางคืนของมหาสม ุทรที่เต็มไปด้วยความมืดมิด ว่างเปล่า และบรรยากาศที่เย็นจัด แต่เอาจริงๆแล้วก็ไม่ได้ออก ทางกลางคืนมากนักหรอก เพราะยังคงสดชื่นอยู่ดี เพียงแค่ว่าสดชื่นแบบไม่สุด ดูสดชื่นแต่หม่นๆมืดๆ อะไรทำนองนั้นล่ะเนาะ 5555
-
ความทนทานบนผิวให้เรตระดับป านกลาง แต่กระจายได้ไม่เยอะ เหมาะกับการใส่ในโอกาสสบายๆ ทั่วๆไป ไม่เน้นว่าต้องเป็นยามกลางค ืนจ้า
-
-
-
http:// www.fragrantica.com/ perfume/Davidoff/ Cool-Water-Night-Dive-Woman -25581.html
Perfumer : Véronique Nyberg
-
Fragrance Notes
Top Notes : Italian mandarin, Ginger
Heart Notes : Hyacinth, Jasmine
Base Notes : Patchouli, Cedar, Amber
-
-
-
Cool Water NIGHT DIVE WOMEN ถูกส่งออกมาหลังจากที่ Davidoff ได้ปล่อย NIGHT DIVE ของผู้ชายออกมาก่อน ซึ่งทำได้ค่อนข้างดี ไม่แพ้ flanker รุ่น Limited Edition ตัวก่อนๆที่เคยส่งออกมา แต่สำหรับรุ่นของผู้หญิงนี้
-
ช่วงเปิดค่อนข้างสดชื่นดีที
-
หลังจากนั้นเมื่อกลิ่นดำเนิ
จากไม้ Cedar + Amber ที่เหมือนพยายามจะสื่อให้เห
-
ความทนทานบนผิวให้เรตระดับป
-
-
-
http://
รีวิวน้ำหอม DAVIDOFF – Cool Water NIGHT DIVE
DAVIDOFF – Cool Water NIGHT DIVE
Perfumer : Jean-Christophe Hérault
-
Fragrance Notes
Top Notes : Horse Mint, Mastic Resin, Pistachio wood, Juicy Fruits, Marine Accord
Heart Notes : Sage, Cashmeran, Tobacco, Black Pepper
Base Notes : Amber, Musk, Suede, Woody Notes
-
-
-
Cool Water NIGHT DIVE มีคอนเซปคือการดำน้ำในมหาสม ุทรยามค่ำคืน ภาพบรรยากาศท้องทะเลที่เต็ม เปี่ยมไปด้วยความพิศวง ชวนค้นหา ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านกลิ่นโท น Woody Aquatic ที่เย็นสดชื่น แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นแล ะนุ่มนวลของส่วนผสมที่เข้มข ้น ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโ ทนกลิ่นสดชื่นจากน้ำทะเลและ ใบมินต์ของ Cool Water ตัวคลาสสิค รวมตัวเข้ากับ Tobacco หรือใบยาสูบที่สื่อถึงภาพลั กษณ์ความเป็นชาย กอปรกับกลิ่นไม้หวานๆนุ่มๆเ ชิง Woody จาก Cashmeran Wood จึงทำให้ Cool Water NIGNE DIVE เป็นน้ำหอมสดชื่นตามธีมท้อง ทะเล แถมยังนุ่มนวลและลึกลับ เข้ากับบรรยากาศยามค่ำคืนอี กด้วย
-
กลิ่นในช่วงต้นนั้นสดชื่น สไตล์ Aquatic ตามแบบฉบับของ Cool Water นำโดย Marine Accord (โน้ตน้ำทะเลที่เกิดจากสังเ คราะห์) และน้ำผลไม้ที่เป็นตัวเสริม ด้านความสดชื่น เจือกับกลิ่นหอมเย็นยะเยือก อ่อนๆของใบมินต์ ทว่าไม่ได้สดชื่นแบบสุดขั้ว หรือเย็นซาบซ่า เนื่องจากมันถูกคลุมโทนอยู่ ภายใต้ความอบอุ่น หนักแน่นของโน้ตเชิง Oriental อย่างเช่น Amber และ Tobacco ทำให้กลิ่น Aquatic นั้นออกทางหวานนุ่มนวลแบบทุ ้มๆ ทว่ายังคงความเย็นชื่นใจของ น้ำไว้ไม่มีขาด
-
ช่วงกลางถูกแทนที่ด้วยความห วานยั่วยวนสไตล์ Masculin เซ็กซี่ มีเสน่ห์ในแบบของผู้ชาย โดยตัวเด่นของช่วงนี้คือพริ กไทยดำและไม้ Cashmeran Wood ส่งกลิ่นหวานแน่นอบอวลไปพร้ อมกับ Tobacco ในขณะที่กลิ่นน้ำทะเลที่เย็ นยะเยือกนั้นค่อยๆจางลงเรื่ อยๆจนแทบจะเลือนหายในที่สุด
-
ช่วง Base Notes ค่อนข้างหนักแน่น ซึ่งเป็นผลพวงจาก Amber ที่ถูกเบลนด์เข้ากับ Musk และยังคงจับกลิ่นโทนไม้หวาน ๆจาก Cashmeran Wood ได้ชัด โดยปราศจากความสดชื่นของ Marine Accord และใบมินต์ที่เป็นตัวการควา มสด
ชื่นในตอนต้น ในช่วงนี้ส่วนตัวคิดว่า มันแอบคล้ายกับ VERSACE – EROS
อยู่บ้าง แต่ VERSACE จะออกหวานเชิงวานิลา และค่อนข้างจะติดทนกว่าอีกด ้วย
-
ความทนและการกระจายกลิ่น Night Dive ทำได้ดีพอๆกับ Cool Water รุ่นคลาสสิค เผลอๆรุ่นนี้อาจจะทนและกระจ ายดีกว่าด้วยซ้ำเพราะกลิ่นจ ัดอยู่กลุ่มน้ำหอมกลางคืน ซึ่งหนักแน่นและเข้มข้นมากพ อที่จะติดทนบนผิวเกิน 6 ชั่วโมง ข้อดีคือ เป็นน้ำหอมกลางคืนที่ใช้ตอน กลางวันได้แม้จะกลิ่นแรงในร ะดับหนึ่ง แต่เป็นกลิ่นที่สร้างเสน่ห์ ดึงดูดให้แก่เพศชายได้ดีทีเ ดียว หนุ่มๆมาดเข้ม แต่งกายด้วยชุดสีทึบๆอย่างส ีน้ำเงิน หรือดำ เหมาะมากกับน้ำหอมกลิ่นนี้ ยิ่งใส่ในห้องแอร์หรือยามกล างคืนยิ่งเข้ากัน อีโมติคอน grin
-
-
-
อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http:// www.fragrantica.com/ perfume/Davidoff/ Cool-Water-Night-Dive-23045 .html
Perfumer : Jean-Christophe Hérault
-
Fragrance Notes
Top Notes : Horse Mint, Mastic Resin, Pistachio wood, Juicy Fruits, Marine Accord
Heart Notes : Sage, Cashmeran, Tobacco, Black Pepper
Base Notes : Amber, Musk, Suede, Woody Notes
-
-
-
Cool Water NIGHT DIVE มีคอนเซปคือการดำน้ำในมหาสม
-
กลิ่นในช่วงต้นนั้นสดชื่น สไตล์ Aquatic ตามแบบฉบับของ Cool Water นำโดย Marine Accord (โน้ตน้ำทะเลที่เกิดจากสังเ
-
ช่วงกลางถูกแทนที่ด้วยความห
-
ช่วง Base Notes ค่อนข้างหนักแน่น ซึ่งเป็นผลพวงจาก Amber ที่ถูกเบลนด์เข้ากับ Musk และยังคงจับกลิ่นโทนไม้หวาน
-
ความทนและการกระจายกลิ่น Night Dive ทำได้ดีพอๆกับ Cool Water รุ่นคลาสสิค เผลอๆรุ่นนี้อาจจะทนและกระจ
-
-
-
อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http://
รีวิวน้ำหอม DAVIDOFF – Cool Water Women Coral Reef Edition
DAVIDOFF – Cool Water Women Coral Reef Edition
-
Fragrance Notes
Top Notes : Melon
Heart Notes : Lily-of-the-valley
Base Notes : Orris root
-
-
-
Coral Reef คือไลน์น้ำหอม Limited Edition ประจำฤดูร้อนปี 2014 จริงๆไลน์นี้ออกมาขายตั้งแต ่ช่วงเข้าหน้าร้อนใหม่ๆแล้ว ล่ะ (ประมาณเดือนมีนาคม) แต่พึ่งจะมารีวิวตอนย่างเข้ าหน้าหนาว ช้าไปไหม (ไม่หรอกเนาะ 555555) Collection นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแ นวปากการังน้ำตื้นที่มีสีสั นสดใส สวยงาม แสงแดดส่องถึง สัมพันธ์ไปกับกลิ่นของน้ำหอ มที่สะอาด สดใส จำลองบรรยากาศของผิวน้ำทะเล ได้ไม่แพ้ Cool Water รุ่นดั้งเดิมเลยทีเดียว
-
Coral Reef แตกต่างจาก Cool Water Women ตัวธรรมดานิดหน่อย ตรงที่รุ่นนี้ถูกดึงโทน Floral ให้โดดชัดมากขึ้นด้วยการชูโ น้ต
Lily of the Valley ออกมาเป็นตัวเด่น โดยยังคงคอนเซป Aquatic
สไตล์ท้องทะเลด้วยเมล่อน ผลไม้ที่มอบความ Aquatic เคล้าไปกับโทน Fruity
ฉ่ำๆ ซึ่งโดยรวมๆแล้ว Cool Water Women Coral Reef
จัดว่าเป็นน้ำหอมที่เรียบง่ ายมากๆกลิ่นหนึ่งในตลาด คือ ประกอบไปด้วยโน้ตง่ายๆเพียง ไม่กี่อย่าง มีกลิ่นง่ายๆสบายๆ ตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นข้อดีกับคนที่แพ้น้ ำหอมกลิ่นแรงๆ และข้อที่ดีไปกว่านั้นคือ กลิ่นโทน Synthetic สังเคราะห์แบบแปลกปลอมชวนเว ียนหัว+คลื่นไส้ใน Cool Water ตัวปกติถูกปรับลดลง ซึ่งถือว่าโอเคขึ้นมาก ปรบมือรัวๆ ! ^^
-
กลิ่นแรกพบกับความสดชื่น เย็นสบาย นำโดยผลเมล่อนสุกฉ่ำที่หอมใ ส ให้อารมณ์ Watery เย็นๆ ชวนนึกถึงผิวน้ำทะเลสีครามใ ส ตัดกับพื้นทรายสีขาวละเอียด มองเห็นตัวปลาแหวกว่าย และปะการังสีสันสวยงาม ฯลฯ มีที่ให้ตินิดหน่อย คือยังพอมีกลิ่นสังเคราะห์เ ล็ดลอดออกมาให้ได้กลิ่นบ้าง แม้จะลดลงจากตัวเดิมแล้ว แต่ก็ยังมีให้สัมผัสได้อยู่ นะย์
-
ไม่นานนัก ตามออกมาด้วย Lily of the Valley โน้ตดาวเด่นที่ให้กลิ่นอาย Floral สะอาดสะอ้าน เบาสบาย เมื่อผสานกับเมล่อนฉ่ำๆแล้ว เข้ากันได้ดีพอควร ส่วนโน้ต Orris Root หรือรากของดอกไอริสที่ปรากฏ อยู่ในโน้ตช่วงท้าย อันนี้จับกลิ่นไม่ได้ คาดว่าน่าจะใส่มาในปริมาณที ่น้อยมากๆ
-
ความทนทานบนผิว จัดว่าไม่ทนเท่าไหร่ แต่สำหรับน้ำหอมโทนสดชื่นสไ ตล์
Aquatic แบบนี้ ถือว่าก็ทนในระดับปานกลาง Coo Water Women
ตัวธรรมดาติดทนกว่าเยอะ แต่ข้อดีคือ ตัวนี้กลิ่นใสขึ้น บางเบาลง
และสังเคราะห์น้อยกว่าตัวเก ่า ทำให้รู้สึกว่ารุ่นนี้ไม่เว ียนหัวมากนัก ใครที่เวียนหัวกับความ Synthetic ของตัวธรรมดาลองดูรุ่นนี้ได ้จ้า กลิ่นอ่อนเยาว์ สดชื่น ใช้ง่าย เหมาะแก่การใส่ในชีวิตประจำ วันทั่วไป หรือในโอกาสชิวๆสบายๆ เช่น เที่ยวชายทะเล เล่นกีฬา เดินเล่น เป็นต้น ผู้ชายก็ใช้ได้นะ กลิ่นไม่ออกหวานเลย
-
-
-
อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http:// www.fragrantica.com/ perfume/Davidoff/ Davidoff-Cool-Water-Woman-C oral-Reef-Edition-23600.ht ml
-
Fragrance Notes
Top Notes : Melon
Heart Notes : Lily-of-the-valley
Base Notes : Orris root
-
-
-
Coral Reef คือไลน์น้ำหอม Limited Edition ประจำฤดูร้อนปี 2014 จริงๆไลน์นี้ออกมาขายตั้งแต
-
Coral Reef แตกต่างจาก Cool Water Women ตัวธรรมดานิดหน่อย ตรงที่รุ่นนี้ถูกดึงโทน Floral ให้โดดชัดมากขึ้นด้วยการชูโ
-
กลิ่นแรกพบกับความสดชื่น เย็นสบาย นำโดยผลเมล่อนสุกฉ่ำที่หอมใ
-
ไม่นานนัก ตามออกมาด้วย Lily of the Valley โน้ตดาวเด่นที่ให้กลิ่นอาย Floral สะอาดสะอ้าน เบาสบาย เมื่อผสานกับเมล่อนฉ่ำๆแล้ว
-
ความทนทานบนผิว จัดว่าไม่ทนเท่าไหร่ แต่สำหรับน้ำหอมโทนสดชื่นสไ
-
-
-
อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http://
รีวิวน้ำหอม DAVIDOFF – Cool Water Coral Reef Edition
DAVIDOFF – Cool Water Coral Reef Edition
-
Fragrance Notes
Top Notes : Mandarin Orange
Heart Notes : Mint
Base Notes : Sandalwood
-
-
-
Coral Reef คือไลน์น้ำหอม Limited Edition ประจำฤดูร้อนปี 2014 จริงๆไลน์นี้ออกมาขายตั้งแต ่ช่วงเข้าหน้าร้อนใหม่ๆแล้ว ล่ะ (ประมาณเดือนมีนาคม) แต่พึ่งจะมารีวิวตอนย่างเข้ าหน้าหนาว ช้าไปไหม (ไม่หรอกเนาะ 555555) Collection นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแ นวปากการังน้ำตื้นที่มีสีสั นสวยงาม แสงแดดส่องถึง ซึ่งสัมพันธ์ไปกับกลิ่นของน ้ำหอมที่สะอาด สดใส ไม่แพ้ Cool Water รุ่นดั้งเดิมเลยทีเดียว
-
Coral Reef ของผู้ชายแตกต่างจาก Cool Water ตัวธรรมดานิดหน่อย คือในรุ่นนี้โน้ตโดยรวมถูกต ัดออกซะ(เกือบ)หมด เหลือไว้เพียง 3 อย่าง อันได้แก่ใบมินต์, ส้ม Mandarine Orange และ Sandalwood โดยตัวชูโรงคือใบมินต์ที่เย ็นสดชื่น มอบความ Aromatic เย็นๆ ชวนผ่อนคลาย แต่แม้ว่าน้ำหอมจะมาธีมทะเล ๆสไตล์เดียวกับ Cool Water ตัวเก่า แต่โน้ตของน้ำทะเลกลับถูกตั ดออก
ซะอย่างงั้น ดังนั้น flanker รุ่นนี้กลิ่นไม่ออกเชิง Aquatic เหมือนอย่าง
Cool Water ตัวปกตินะจ้ะ แต่ถ้าชอบกลิ่นสบายๆ เหมือนบรรยากาศเย็นๆริมหาด
ก็ลองดูได้ไม่เสียหาย
-
Cool Water Coral Reef เป็นน้ำหอมแนว Woody Aromatic ที่ดูธรรมดาๆ เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ทำออกมาได้ดีทีเดียว กลิ่นเปิดออกทางสดชื่นโปร่ง ๆ เย็นสบาย หอมเย็นซ่าไปกับใบมินต์ที่ต ิดกลิ่นเขียวนิดหน่อย เจือด้วยส้ม Mandarin Orange สดๆ ชวนนึกถึงภาพชายทะเลที่เย็น ครึ้ม ไร้ผู้คน มีเพียงเสียงนก เสียงคลื่น และเสียงลมโกรกที่เย็นสบายใ นตอนเช้า พาลทำให้อยากสูดโฮโซนความสด ชื่นเข้าไปเต็มๆปอด ซึ่งข้อที่ชอบคือ ความ Synthetic เบาลงจากรุ่นดั้งเดิม(แต่ก็ ยังมีให้สัมผัสได้) ทำให้กลิ่นมีความเป็นธรรมชา ติมากขึ้น และตั้งแต่ช่วงกลางเป็นต้นไ ปเราสามารถพบกับ Sandalwood หรือไม้จันทน์หอมที่ช่วยปรั บกลิ่นให้มีความนุ่มละมุน โทน Woody อบอุ่นเล็กน้อยอีกด้วย
-
ด้านความทนทานและการกระจายก ลิ่น ทำได้ดีไม่แพ้ Cool Water รุ่นคลาสสิค เหมาะกับชายหนุ่มที่รักน้ำห อมกลิ่นสะอาดสะอ้าน สดชื่น ผ่อนคลายเบาๆ ไม่หนักหน่วง ซึ่ง Coral Reef นี่จัดว่าเป็นน้ำหอมที่ใช้ง ่ายมากๆกลิ่นหนึ่ง เหมาะสำหรับโอกาสสบายๆอย่าง เที่ยวชายทะเล ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งเหมาะมากๆกับสภาพอากาศท ี่ร้อนจัดๆแบบนี้ 5555 แต่งตัวชิวๆหน่อย ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม รองเท้าแตะ สวมแว่นกันแดดซักนิด จะเข้ากันเป็นพิเศษ
-
-
-
อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http:// www.fragrantica.com/ perfume/Davidoff/ Davidoff-Cool-Water-Man-Cor al-Reef-Edition-23599.html
-
Fragrance Notes
Top Notes : Mandarin Orange
Heart Notes : Mint
Base Notes : Sandalwood
-
-
-
Coral Reef คือไลน์น้ำหอม Limited Edition ประจำฤดูร้อนปี 2014 จริงๆไลน์นี้ออกมาขายตั้งแต
-
Coral Reef ของผู้ชายแตกต่างจาก Cool Water ตัวธรรมดานิดหน่อย คือในรุ่นนี้โน้ตโดยรวมถูกต
-
Cool Water Coral Reef เป็นน้ำหอมแนว Woody Aromatic ที่ดูธรรมดาๆ เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ทำออกมาได้ดีทีเดียว กลิ่นเปิดออกทางสดชื่นโปร่ง
-
ด้านความทนทานและการกระจายก
-
-
-
อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http://
รีวิวน้ำหอม CLINIQUE – CALYX
CLINIQUE – CALYX
Fragrance Notes
Top Notes : Apricot, Passionfruit, Mint, Mandarin Orange, Cassia, Peach, Mango, Bergamot, Grapefruit, Papaya, Guava
Middle Notes : Cyclamen, Lily, Melon, Freesia, Orris Root, Jasmine, Neroli,Marigold, Lily-of-the-valley, Rose
Base Notes : Musk, Oakmoss, Cedar, Sandalwood, Vetiver
เดิมที Calyx ผลิตโดย Prescriptives แบรนด์ในเครือ Estee Lauder เป็นน้ำหอมเก่าแก่กลิ่นหนึ่
กลิ่นของ Calyx อยู่ในกลุ่มโทน Floral – Fruity ซึ่งพบได้ค่อนข้างน้อยในหมู
ท็อปโน้ต เปิดมาสดชื่นปนเขียวไปกับผล
ช่วงกลาง กลิ่นผลไม้ยังเฉิดฉายเช่นเด
กลิ่นช่วงกลางติดผิวยาวนาน จนกลิ่นเลือนหายไปจากผิวเลย
http://
รีวิวน้ำหอม Chloe – See by Chloe EAU FRAICHE
Chloe – See by Chloe EAU FRAICHE
Fragrance Notes
Top Notes : Apple Blossom
Middle Notes : Water Hyacinth, Jasmine
Base Notes : Vetiver
จริงๆ See by Chloe ตัวแรกก็ไม่ใช่ว่าจะกลิ่นแร งอะไรมากมายถึงขนาดที่จะปล่ อยรุ่น Eau fraiche ตามออกมานะ (ทำรุ่น Intense ซะยังจะดีกว่า) แต่ก็เถอะ เขาทำออกมาสำหรับฤดูร้อนก็ต ามคอนเซปอะไรที่มันเฟรชๆไป ซึ่งเจ้ากรงนกชมพูขวดนี้จัด ว่าเป็นน้ำหอม Floral สำหรับฤดูร้อนโดยแท้จริง มีตัวเอกคือดอก Apple Blossom หวานจางๆ สดชื่นน่ารัก รวมๆแล้วไม่ต่างจากตัวแรกเท ่าไหร่เลยนอกจากว่ากลิ่นเบา ลงนิดหน่อย สดชื่นขึ้นและแอบเข้าข่ายน้ ำหอมสีชมพู
จริงๆกลิ่นนี้ไม่มีไรมากเลย เป็น See by Chloe ตัวเดิมในลุคของน้ำหอมสีชมพ ูอ่อนอันเป็นที่โปรดปรานของ สาวๆ กลิ่นนั้นน่ารักเรียบๆ สดชื่นและติดหวานอ่อนๆ นำโดยดอก Apple Blossom ละมุนนีใสๆ โปร่งสบาย เหมาะแก่การใส่ในวันอากาศดี ๆ แต่งตัวน่ารักๆ เช่น เดรสสีขาวลายดอกพริ้วๆ คาดผมด้วยโบว์สีดำอันเล็กๆ ฯลฯ หากดมเปรียบเทียบกับตัวออริ จินอลแบบช็อตต่อช็อต จะพอสังเกตได้ว่าตัว Eau fraiche นี้กลิ่นจะแห้งกว่าเล็กน้อย ในช่วงกลางจนถึงเบส คาดว่าน่าจะเป็นเพราะหญ้าแฝ กจากช่วงเบสที่คอยคุมไม่ให้ ดอก Apple Blossom หวานฉ่ำจนเกินไป ในขณะที่ตัวดั้งเดิมจะฉ่ำแล ะแน่นกว่าหน่อย
เอาเข้าจริงๆแม่กรงนกชมพูนี ่น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงฝร ั่งผมบลอนด์วัยซักประมาณ 6-7 ขวบเลยนะ แก้มป่องๆใสๆ กับแววตาไร้เดียงสา แต่งตัวน่ารักๆ (แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำหอ มกลิ่นนี้เหมาะกับเด็ก 55555) กลิ่นแบบนี้เหมาะกับทุกวัยเ พราะเป็นกลิ่นสดชื่น ใช้ง่ายสบายๆอยู่แล้ว ถ้าใครที่รู้สึกโอเคกับกรงน กรุ่นแรก เจ้ากรงชมพูก็ไม่จำเป็นสำหร ับคุณเลย แต่ถ้าใครยังรู้สึกว่ารุ่นก ่อนใส่แล้วอึดอัดไป หันมาลองรุ่นนี้ได้ กลิ่นคล้ายกันแต่บางเบา สดชื่นขึ้น น่าจะพอลดความแน่นอึดอัดลงไ ด้บ้าง
http:// www.fragrantica.com/ perfume/Chloe/ See-by-Chloe-Eau-Fraiche-22 479.html
Fragrance Notes
Top Notes : Apple Blossom
Middle Notes : Water Hyacinth, Jasmine
Base Notes : Vetiver
จริงๆ See by Chloe ตัวแรกก็ไม่ใช่ว่าจะกลิ่นแร
จริงๆกลิ่นนี้ไม่มีไรมากเลย
เอาเข้าจริงๆแม่กรงนกชมพูนี
http://
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

























