Social Icons

facebookgoogle pluslinkedinrss feedemail

แชร์ประสบการณ์ ตั้งแต่เป็นผู้ใช้ยันผู้ขาย !!

ผมก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้น้ำหอมมานานหลายปี ก่อนจะผันตัวมาเป็นพ่อค้าเต็มตัวในปัจจุบัน ในตอนที่เริ่มเข้าวงการขายน้ำหอมครั้งแรกนั้น กระผมเริ่มจากรับน้ำหอมจากพี่ที่นับถือท่านนึง แกใช้วิธีสั่งลงเรือ และเลี่ยงภาษี (ที่หลายๆคนเรียกว่าของหิ้ว) ราคาต้นทุนต่อขวดค่อนข้างถูกมากๆ (เกรดนี้จะเป็นเกรดเดียวกันกับน้ำหอมที่ขายในเว็บส่วนใหญ่)เช่น Davidoff coolwater Men 125ml. ราคาหน้าช็อปไทย 3,350 บาท พี่แกได้มาในราคา 1,000 บาทเท่านั้น ผมก็เลยลองทำธุรกิจกับแกดู (ตอนนั้นกะว่าจะแค่ลองตลาดดูก่อนครับ) เริ่มลงทุนในครั้งแรก ประมาณ 100,000 บาท ได้น้ำหอมมาประมาณ 60 ขวด(ราคาเฉลี่ยตกที่ขวดละประมาณ 1,200-1,600) เริ่มเปิดร้านและทดลองขายในเว็บแรกๆในเน็ตยังขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ เพราะคู่แข่งเยอะ แล้วเราเป็นหน้าใหม่ ความไว้วางใจก็ยังมีไม่มากครับ เลยตัดสินใจเปิดหน้าร้าน(ช๊อปเล็กๆ) เพื่อลองดูตลาดว่าเราจะไปได้ดีในทางไหน 



#น้ำหอม NOBOX
ช่วงนี้นี่เองครับที่ได้มีการติ
ดต่อจาก แม่ค้าท่านนึง โทรติดต่อมาหาที่ร้านผมว่า สนใจจะนำน้ำหอมแบบ NOBOX มาขายมั้ย เค้าแจ้งว่าเป็นน้ำหอมที่ทางบริษัทตัวแทนนำเข้านำออกมาจำหน่ายเอง จากพวกที่มีตำหนิ หรือมีปัญหาในการขนส่งทำให้กล่องเสียหายเลยนำขวดด้านในออกมาขายให้ในราคา พิเศษ ตอนนั้นผมได้เห็นตัวเลขราคาต้นทุน ประกอบกับเคยซื้อน้ำหอมnobox มาบ้าง(คนละแบบกันนะครับ Nobox จากเคาท์เตอร์จริงๆก็มีครับแต่น้อยมากๆ) ถึงกับช๊อค ก็ขวดนึงตกขวดละไม่กี่ร้อยบาท แม่ค้าท่านนั้นลงทุนหิ้วมาให้ผมชมเป็นลังๆ ฉีดให้เทสให้ดมได้กันอย่างสนุกสนาน ในตอนนั้นผมเลยโดนเวทมนต์เข้าไป 4 ลัง (ลังละ 30-35 ขวด) แม่ค้าคนนั้นเค้าเหมาให้ลังละ 15,000 บาท (เฉลี่ยตกขวดละไม่ถึง 500 บาท) ทุกขวดเป็นขนาด 100ml. มีเกือบทุกแบรนด์ตั้งแต่ Chanel ยัน CK รวมแล้วตอนนั้นผมมีน้ำหอม Nobox ในสต๊อกถึง 140 ขวดประหลาดใจ ตอนนั้นดีใจมากว่าได้ของถูกมาขาย สอบถามแม่ค้าเค้าบอกให้ตั้งราคาขวดละ 1,500-2,000 บาท ตั้งโต๊ะขายหน้าร้านทำเซลล์กันสนุกสนาน ขายอาทิตย์แรก หมดไปเกือบ 100 ขวดครับ (ตอนนั้นดีใจมาก555) ขายแบบไม่คิดอะไรมากเลย ก็ต้นทุนมันแสนถูกนี่นา 555
หลังจากนั้นมาที่ร้านผมก็ได้เลื
่องชื่อลือชา ลูกค้าตบเท้ากันเข้ามาอย่างกระหน่ำ เปล่าครับ!! ไม่ได้เข้ามาซื้อของ
แต่เข้ามาด่า!!!ร้องไห้ร้องไห้ร้องไห้ ก็เพราะน้ำหอมที่ลูกค้าซื้อไป (Nobox) แผลงฤิทธิ์ครับ ทั้งกลิ่นไม่ติด กลิ่นเพี้ยน กลิ่นฉุน เสปรย์แล้วเหนียวหนึบที่ผิว บางคนมีอาการแพ้ ผมก็เลยรับของคืนแล้ว คืนเงินให้ลูกค้าไปทุกราย (กลับมาคืนประมาณ 40%) ช่วงนั้นผมบอกตามตรงว่าแย่มาก เครียดสุดๆ โทรกลับไปหาแม่ค้าคนนั้น ใช้จิตวิทยาหลอกล่อเค้าให้เค้
ามาที่ร้านครับ โชคดีมากที่เค้ายังไม่ไหวตัว มาหาผมที่ร้านตอนนั้นมีลูกค้าอยู่จำนวนนึง (ลูกค้าประจำ) แกล้งเข้ามาโวยวาย (วางแผนกันไว้) แล้วผมก็โทรให้คุณพ่อ(เป็นตำรวจ) เข้ามาที่ร้าน วันนั้นชุลมุนสุดๆ แม่ค้าคนนั้นเค้าก็เลยยอมครับ เจรจากันแค่ว่า ผมจะคืนของแล้วคืนเงินให้ผม ถ้าจบเรื่องง่ายๆก็ไม่ต้องขึ้นโรงพัก เพราะผมแจ้งความไว้แล้ว (จริงๆไม่ได้แจ้งนะครับ แค่ขู่) แม่ค้าท่านนั้นก็ยอมสารภาพว่า " น้ำหอมที่ได้มาทั้งหมดเป็นของปลอม " แม่ค้าบอกว่าไปรับมาจากตลาดมืดต่างๆ ตลาดดอนเมือง และมีการทำอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ต้นทุนตกราคาเพียงขวดละไม่กี่ร้อยบาท ผมได้ยินดังนั้นถึงกับอึ้งครับ นับว่าเป็นความโชคดีของผมมากๆที่ไม่เจ็บตัว และไม่เสียชื่อ หลังจากนั้นก็มีลุกค้าทั้งที่กลับมาบ่นบ้าง กลับมาชมบ้าง ผมก็แจ้งลูกค้าทุกท่านว่าเป็นความผิดพลาดของผมเองที่ไม่ตรวจสอบให้ดี ลูกค้าหลายๆท่านก็เข้าใจครับ
#บอกเลิกกับของหิ้ว
จากนั้นอีกไม่นานเหมือนเคราะห์
ซ้ำกรรมซัดครับ 555 ผมได้รับออเดอร์จากนักกีฬาท่านนึง อดีตนักเทนนิสชื่อดัง (ตอนนี้มาเป็นแฟนกับรุ่นน้องผม) เค้าชอบใช้น้ำหอมและครีมกันแดด และไม่ค่อยมีเวลาซื้อจึงฝากให้ผมเป็นธุระจัดหาให้ จึงได้แนะนำสินค้าในตอนแรก (กล่องซีลเลี่ยงภาษี) ให้เค้าลองใช้ครับ ปรากฎลอตแรกก็งานเข้าเลยครับ สั่งน้ำหอม POLO Black 6 ขวด ส่งของเสร็จปั๊ป สองวันครับแกโทรมาบอกว่าน้ำหอมที่ผมเอาไปให้กลิ่นไม่ทนแบบผิดปกติ ผมจึงแนะนำให้แกะอีกขวดลอง ปรากฎก้อเป็นเหมือนเดิมอีก แกะดมไปสี่ขวดจนแน่ใจ ผมจึงติดต่อไปที่ร้านรุ่นพี่ของผมที่ขายของมาให้ แกก็บอกว่าได้มาจากโซนฮ่องกง สิงค์โปร์ เท่านั้นล่ะครับ ผมเลยโทรแจ้งลูกค้าท่านนั้นว่าให้ส่งของคืนให้ผมแล้วผมจะเปลี่ยนของใหม่คืน ให้ สรุปผมเคลมให้แกเป็น แบบกล่องซีลห้าง 3 ขวด และเทสเตอร์กล่องขาว 3 ขวด พร้อมกับแถมน้ำหอมเทสเตอร์ ขนาด 50ml.ให้อีกเพื่อเป็นการปลอบใจ (แต่ตอนนั้นขาดทุนย่อยยับ555) เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ ว่างั้น!!! สรุปเหตุการณ์วันนั้น ทำให้ผมต้องส่งของคืนรุ่นพี่ ในจำนวน 40 กว่าขวด (จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาทั้งหมดหรอกครับ แต่ด้วยความที่เราไม่อยากให้เกิดปัญหาอีก เลยส่งคืนหมดเลย) ตอนนั้นทำให้เกือบขาดกันทางธุรกิจเลยทีเดียว แต่ทำไงได้ครับ เอาของไม่ดีมาก็มีแต่จะทำให้ร้านเราเสียชื่อ ผมคิดว่าคงอาจจะไม่ได้ปลอม แต่อาจจะหมดอายุหรือรับของเซลล์มาขาย
#เข้าวงการของห้าง
จากนั้นผมก็ไปปรึกษากับบีเอท่
านนึง ให้ห้างดังย่านปทุมวัน แนะนำให้ผมเจอทางสว่าง เข้ามาในวงการสินค้าในห้าง แปลกนะครับ!! ทั้งๆที่ราคาต้นทุนแพงกว่า แต่ผมรู้สึกมั่นใจกว่าเยอะ 555 วิธีการซื้อของ ไม่ใช่ว่าห้างเค้าจะใจดีลดให้เรานะครับ เราต้องทำการซื้อให้ได้ยอดของเค้า เช่น ยอดสั่งซื้อ 50,000 - 100,000 บาท จะมีของสมนาคุณให้เรากี่ชิ้น แล้วเราจะสามารถเอาไปจำหน่ายแล้วหักออกจากต้นทุนได้เท่าไหร่ หักส่วนลดของห้าง ส่วนลดจากคูปอง หักส่วนลดบัตรเครดิต ฯลฯ กว่าจะออกมาเป็นส่วนลดให้ลูกค้าครับ ฉะนั้นหลายๆท่านที่สงสัย แคลงใจว่าเราเอาของห้างออกมาขายได้อย่างไร ราคาถึงถูก ก็คงจะเบาใจขึ้นเยอะนะครับ แล้วสินค้าที่ผมสามารถซื้อและทำส่วนลดยังสามารถนำเข้าไปเคลมกับพี่บีเอท่าน นี้ด้วยนะครับ หากมีปัญหา(ตามเงื่อนไขที่บริษัทตกลง)
เล่ากันมายาวเลย วงการนี้มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุ
หลาบนะครับ มีทั้ง สิงห์สา ราสัตว์ สารพัดพิษ ไม่รู้ว่าจะโดนเข้าเมื่อไหร่ ขนาดตอนนี้ผมเปลี่ยนมาขายของตัดจากเคาท์เตอร์ห้างโดยตรงและให้ส่วนลดมากกว่าร้านชื่อดังย่านสยามสแควร์ ผมยังเผชิญปัญหากับน้ำหอม Nobox และซีลมิลเลอร์ ซีลหมดอายุ ฯลฯ อยู่ทุกวัน แต่เท่าที่เพื่อนๆได้อ่านคงจะทราบนะครับว่าผมคงไม่ถอดใจง่ายๆ 555 ก็ทำไงได้ละครับ ใจมันรักไปแล้วอะครับ ขายไปแนะนำไป เดือนๆนึงขายได้ไม่มากแต่มีความสุขครับ ยังไงก็ฝากไว้ด้วยนะครับ จะซื้อของก็ให้หาร้านที่ไว้ใจได้ คุยกับลูกค้าได้ เพราะสินค้าของเราไม่ใช่ชิ้นละ 10-20 บางคนจะซื้อน้ำหอมซักขวดนึง เก็บตังกันเป็นเดือน ดั้นยังมาเจอของปลอมอีก น่าเห็นใจนะครับ...

ไม่มีความคิดเห็น:

B&C Perfumes Academy