แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Chloe แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Chloe แสดงบทความทั้งหมด
รีวิวน้ำหอม Chloé – L’EAU DE Chloé
[::REVIEW::]
Chloé – L’EAU DE Chloé
Perfumer : Michel Almairac
Released Year : 2012
.
L’EAU DE Chloé นับเป็น flanker รุ่นที่ 5 ของตระกูล Signature อันแสนโด่งดังประจำเฮาส์ Chloé ให้กลิ่นกุหลาบที่หรูหราไม่
.
L’EAU DE Chloé จัดเป็นน้ำหอมในกลุ่ม Chypre – Floral ที่ยืนพื้นด้วยกลิ่นของดอกก
.
นอกจากกุหลาบกับมะกรูดแล้ว ยังได้รับความหรูหราจาก Patchouli ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมันเป็นตัวโยงกลิ่นเข้าห
.
โน้ตหลักๆทั้ง 3 อย่าง จะอยู่ให้เราได้สัมผัสกันตล
.
มาพูดถึงด้านความทนและการกร
.
เนื่องจากน้ำหอมกลิ่นนี้ถูก
รีวิวน้ำหอม - Chloé EAU DE PARFUM INTENSE
[::REVIEW::]
Chloé – Chloé EAU DE PARFUM INTENSE
Perfumer : Michel Almairac, Amandine Marie, Robertet
Released Year : 2010
.
Chloé INTENSE มาในแพกเกจน้ำหอมสีเหลืองเข้มและโบว์สีเทาแก่เพื่อสื่อถึงความเข้มข้นที่ถูก อัดแน่นเพิ่มขึ้นจากรุ่น EDP อีกระดับ จริงๆรุ่นนี้เปรียบเสมือนเป็น flanker รุ่นพี่สาวของ Chloe EDP เนื่องจากให้ความรู้สึกโตเป็นผู้ใหญ่และเป็นทางการขึ้น โดยการนำโทนกลิ่น Oriental, Spicy และ Woody เข้ามาผสมกับดอกกุหลาบอันเป็นโน้ต Signature
.
โดยส่วนตัว Chloé INTENSE เป็นรุ่นที่เบิร์ดชอบมากที่สุดในไลน์ เหตุผลคือเบิร์ดเคยมีโอกาสใช้รุ่น EDP มาระยะหนึ่ง พบว่าตัวเองรู้สึกรำคาญและอึดอัดกับความคมเสียดจมูกหากได้กลิ่นจากผิวตัวเอง เป็นเวลานานๆ พอได้ลองรุ่น INTENSE ที่นุ่มนวลละมุนจมูกกว่าเก่าก็รู้สึกถึงความต่างของเนื้อกลิ่น(ซึ่งชอบ มากกว่าเดิม) ความคมจากกุหลาบนั้นถูกกลบด้วยโทนกลิ่นนุ่มๆจากถั่ว Tonka Bean และไม้หอม Sandalwood
.
เช่นเดียวกับโบว์ครีม, Chloé INTENSE ยืนพื้นด้วยกลิ่นดอกกุหลาบคมๆหรูๆ หากทว่าเป็นกุหลาบที่ถูกทำให้ dark และมีอายุด้วยโทน Oriental จากโน้ตกลุ่มไม้หอมและเครื่องเทศ และแม้รุ่นนี้จะปรากฏโน้ตเพียง 4 อย่างดังภาพ แต่จริงๆแล้วเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นซับซ้อนมากพอสมควร ให้ความรู้สึกถึงผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำ กระฉับกระเฉง มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่ภายใต้ภาพหญิงแกร่งคนนี้ลึกๆแล้วกลับซ่อนเร้นด้วยความอ่อนหวานและเซ็กซี่ แบบมีระดับ ชวนให้จินตนาการถึงสาวสวย ตาคม สวมชุดลูกไม้สีดำ ยืนกางร่มสีดำอยู่กลางฝน (หลอนดีมะ 5555)
.
ห้อยท้ายชื่อด้วยคำว่า INTENSE ดังนั้นแน่นอนว่านอกจากกลิ่นจะเข้มข้นขึ้นแล้ว ความทนและการกระจายต้องเพิ่มมากขึ้นด้วย แต่โดยส่วนตัวจากที่ได้ลองฉีดบนผิวมานับครั้งไม่ถ้วน Chloé INTENSE ดูไม่ค่อยเวิร์คบนผิวเบิร์ดเท่าไหร่นะ รู้สึกการกระจายตัวยังแพ้ EDP แต่ความทนพอๆกัน (ถึงยังไงก็แล้วแต่ สุดท้ายก็ยังรัก INTENSE มากกว่าอยู่ดี 555)
.
สามารถใช้ได้ทั้งอากาศร้อนและเย็น ทั้งกลางวันและกลางคืน เนื่องจาก Coty ตั้งใจเบลนกลิ่นนี้ให้สามารถใช้ได้ทุกสภาพอากาศตลอดปีอยู่แล้ว แต่โอกาสที่เหมาะก็ควรจะดูทางการซักนิดนึง ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันแนะนำเป็นโบว์สีอื่นๆจะดูชิวกว่า เช่น ROSE DE Chloé หรือ L’EAU DE Chloé เป็นต้น
.
ใครชอบ Chloé โบว์ครีม แต่รู้สึกกลิ่นชนกับผู้คนมากมาย ต้องการความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลองเลือกใช้รุ่น INTENSE ได้ แม้จะบอกว่าเหมาะกับงานทางการ แต่ถ้าชีวิตประจำวันคุณทำงาน เข้าประชุม หรือพบปะธุรกิจเป็นปกติทุกๆวัน สามารถใช้ได้ครับ ยิ่งตำแหน่งใหญ่ๆอย่างหัวหน้างานยิ่งเหมาะเพราะสามารถเพิ่มภูมิฐานความน่า เชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ลองคิดภาพดู หัวหน้าใช้ Chloé INTENSE มีลูกน้องใช้ Chloé EDP ส่วนนักศึกษาฝึกงานใช้ Chloé โบว์ขาว เขียว ชมพู เวลาคุยงานกันคงน่ารักดีที่ทุกคนในแผนกใช้น้ำหอมตระกูลเดียวกันหมด 555
รีวิวน้ำหอม - Chloé EAU DE TOILETTE
[::REVIEW::]
Chloé – Chloé EAU DE TOILETTE
Perfumer : Amandine Marie, Michel Almairac, Robertet
Released Year : 2009
.
จริงๆแล้ว Chloé EDT ตัวนี้ก็ไม่ต่างจาก EDP ตัวดั้งเดิมมากเท่าไหร่นัก 80% ยังคงเป็นกลิ่นกุหลาบคล้ายๆตัวเดิม ทว่ามันถูกปรับให้บางเบาลงและสดชื่นขึ้นโดยการลดทอนความรู้สึกหรูหราลง ประมาณหนึ่ง และเพิ่มเข้ามาด้วยโทน airy ใสๆคล้ายอากาศที่บางเบา และโทน powdery ที่นุ่มนวลชวนนึกถึงปุยเมฆสีขาวสะอาดตา
.
Chloé EDT เป็นน้ำหอมแนว Floral ที่ดำเนินกลิ่นด้วยโครงสร้างคล้ายคลึงกับตัว EDP รุ่นแม่แบบ คือ ยืนพื้นด้วยดอกกุหลาบคมๆหรูๆ ต่างที่รุ่นนี้จะคมน้อยกว่าเนื่องจากได้ไอริสเข้ามาช่วยเพิ่มโทนกลิ่น powdery ให้นุ่มนวลมากขึ้น ใครที่ใส่รุ่น EDP แล้วอึดอัด แสบจมูก หรือรำคาญกลิ่นแหลมๆทิ่มแทงจมูก ลองดูรุ่น EDT ได้ ใส่แล้วน่าจะสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง
.
โน้ตอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ Chloé EDT ก็เห็นจะเป็นแตงโมที่ทำหน้าที่มอบความรู้สึกสดชื่นฉ่ำๆแทนลิ้นจี่ในรุ่นเดิม แตงโมคือตัวการสำหรับโทน airy มอบความรู้สึกสดชื่นแบบสะอาด กึ่ง watery นิดๆ ซึ่งมันช่วยลดอายุของกลิ่นลงได้ประมาณหนึ่ง ทำให้รุ่นนี้ดูอ่อนเยาว์ลง
.
Top Notes จับกลิ่นดอกกุหลาบได้ในทันที มาแบบคมและใสสว่าง ชวนนึกถึงกุหลาบโทนสีขาวสะอาดท่ามกลางอากาศเย็นๆโปร่งๆราวกับกุหลาบขาวที่ ลอยอยู่บนท้องฟ้า กลิ่นคมจากกุหลาบยังคงบาดจมูกอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าหากเทียบกับรุ่น EDP ถือว่านุ่มนวลกว่าพอสมควร สาเหตุก็น่าจะเพราะได้โทน powdery จากไอริสเข้ามาช่วยคุมโทนให้อ่อนนุ่ม ละมุนละไมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จับกลิ่นแตงโมได้แบบจางๆอีกด้วย ซึ่งมอบความ airy คล้ายอากาศสดชื่นยามเช้าในช่วงเปิดได้ดี
.
กลิ่นแตงโมจะเริ่มเผยความ Synthetic ชัดขึ้นในช่วง Middle Notes จากแตงโมที่ให้กลิ่นหอมใสๆบางๆ กลับพุ่งทยานความ watery มากขึ้น โดยส่วนตัวคิดว่ามันแอบโยงหาโน้ตเมล่อนที่ให้กลิ่นโทน watery ใน Cool Water ได้ ต่างที่ของ Chloé เป็นกลิ่นแตงโม จะมีให้ตินิดหน่อยก็ตรงที่มีโทน Synthetic ที่ยังจับกลิ่นได้ (แต่ไม่มากเท่า Cool Water) นับว่าเป็นข้อดีที่สุคนธกรโฟกัสกลิ่นเด่นไปที่กุหลาบ ซึ่งกลบกลิ่นสังเคราะห์ของแตงโมได้มากทีเดียว โดยนอกจากกุหลาบแล้วตัวเด่นของช่วงนี้อีกอย่างคือฟรีเซียร์
.
กลิ่นแบบช่วงกลางจะอยู่ยาวไล่มายัน Drydown ที่เป็นช่วงของ Sandalwood แต่โดยส่วนตัวเบิร์ดจับกลิ่นไม่ได้ ยังคงเป็นกุหลาบสีขาวสะอาดๆ เพียงแค่กลิ่นอ่อนบางลงเรื่อยๆเท่านั้นเอง
.
แม้ Chloé รุ่นนี้จะมาในเบส EAU DE TOILETTE แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่มันติดทนค่อนข้างนาน และกระจายตัวได้เป็นรอง EDP เพียงแค่นิดเดียวจริงๆ ซึ่งเป็นทางเลือกแก่ลูกค้าอย่างเราๆว่าชอบแบบไหนมากกว่า ในคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน (แต่เท่าที่ดู คนส่วนมากก็น่าจะเลือก EDP โบว์ครีมกันมากกว่า เพราะเบิร์ดเองก็ไม่ชอบกลิ่น EDT)
.
เหมาะสำหรับใส่เรื่อยๆชิวๆในวันสบายๆ นักศึกษาใส่เรียนได้ หรือจะโดดเรียนไปดูหนัง เที่ยวห้าง เดินเล่น ฯลฯ อะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่เป็นโอกาสที่ไม่ซีเรียสจนเกินไป Chloé EDT ก็เหมาะสมกับทุกๆอย่างครับ
รีวิวน้ำหอม Chloé – ROSES DE Chloé
[::REVIEW::]
Chloé – ROSES DE Chloé
Perfumers: Michel Almairac, Mylène Alran
Released Year : 2013
.
ROSES DE Chloé เป็น flanker กลิ่นใหม่ล่าสุดของไลน์ ตัวนี้(คาดว่า)น่าจะพัฒนามาจาก Chloé ROSE EDITION (Limited Edition ปี 2008) โดยเผยความอ่อนหวานและมีชีวิตชีวาของดอกกุหลาบให้โดดชัดมากขึ้น ออกแนวกุหลาบสดใส หวานนิดหน่อย มาสไตล์น้ำสีชมพูที่สาวไทยหลงรัก
.
ROSES DE Chloé เป็นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหมือนรุ่น EDP และ INTENSE จัดอยู่ในกลุ่มน้ำหอมโทน Floral ที่เด่นด้วยดอกกุหลาบสดชื่น หวานใส น่ารักและอ่อนหวาน เหมือนพวงแก้มใสๆอมชมพูระเรื่อของเด็กผู้หญิงตัวน้อยในชุดเดรสพริ้วๆสีชมพู อ่อน
.
กลิ่นช่วงต้นนำโดยกุหลาบโทนสีชมพูกลีบฉ่ำน้ำกับลิ้นจี่ที่หวานอมเปรี้ยว กุหลาบที่ใช้เป็นส่วนผสมในการปรุง ROSES DE Chloé คือ กุหลาบพันธุ์ Damascus Rose (หรือชื่อไทยคือกุหลาบมอญ) มีลักษณะดอกบานใหญ่ สีชมพูบานเย็น มาพร้อมกับมะกรูดที่มอบความสดชื่นแบบไม่คมหรือออกเชิง citrus ซะทีเดียว เหมือนมาเติมความสดให้กุหลาบซะมากกว่า
.
เมื่อดำเนินเข้าสู่ช่วงกลาง กุหลาบเฉิดฉายได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยโทน Floral ใสๆที่รองพื้นบางๆ กลิ่นจะออกทางกุหลาบเพียวๆซะเป็นส่วนมาก สไตล์จะคล้ายๆกับ Paul Smith Rose, Stella ของ Stella McCartney หรือ Moroccan Rose จาก The Body Shop ต่างที่ Chloé มีความ girly มากกว่า คือดูอ่อนเยาว์แบบเด็กผู้หญิงใสๆไร้เดียงสา แต่ซ่อนความเซ็กซี่ไว้ลึกๆ อะไรทำนองนั้น
.
ช่วงปลายกลิ่นออกโทน Musky กุหลาบจืดจางลง เหลือเพียงกุหลาบที่บางเบามากๆ ติดผิวอ่อนๆ ความทนทานอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป แต่ติดทนน้อยที่สุดในตระกูล การกระจายตัวก็พอไปได้ คือไม่กระจายพุ่งแรงหวือหวาอย่างรุ่นอื่นๆ น่าจะสร้างออร่าความอ่อนโยนและเซ็กซี่แบบใสๆให้กับผู้ใส่ได้ดีเลยล่ะ
.
จัดว่าเป็นกลิ่นที่ใช้ง่ายมากๆ เพราะเจาะตลาด masstige market เต็มๆ เหมาะกับใช้ everyday use ใครมองหาน้ำหอมกลิ่นกุหลาบทันสมัย ลุคแบบผู้หญิงน่ารัก ผิวขาวๆใสๆ แต่งตัวหวานๆ เซ็กซี่นิดๆ ROSES DE Chloé เป็นอีกกลิ่นที่เหมาะมากๆ
รีวิวน้ำหอม Chloe – See by Chloe EAU FRAICHE
Chloe – See by Chloe EAU FRAICHE
Fragrance Notes
Top Notes : Apple Blossom
Middle Notes : Water Hyacinth, Jasmine
Base Notes : Vetiver
จริงๆ See by Chloe ตัวแรกก็ไม่ใช่ว่าจะกลิ่นแร งอะไรมากมายถึงขนาดที่จะปล่ อยรุ่น Eau fraiche ตามออกมานะ (ทำรุ่น Intense ซะยังจะดีกว่า) แต่ก็เถอะ เขาทำออกมาสำหรับฤดูร้อนก็ต ามคอนเซปอะไรที่มันเฟรชๆไป ซึ่งเจ้ากรงนกชมพูขวดนี้จัด ว่าเป็นน้ำหอม Floral สำหรับฤดูร้อนโดยแท้จริง มีตัวเอกคือดอก Apple Blossom หวานจางๆ สดชื่นน่ารัก รวมๆแล้วไม่ต่างจากตัวแรกเท ่าไหร่เลยนอกจากว่ากลิ่นเบา ลงนิดหน่อย สดชื่นขึ้นและแอบเข้าข่ายน้ ำหอมสีชมพู
จริงๆกลิ่นนี้ไม่มีไรมากเลย เป็น See by Chloe ตัวเดิมในลุคของน้ำหอมสีชมพ ูอ่อนอันเป็นที่โปรดปรานของ สาวๆ กลิ่นนั้นน่ารักเรียบๆ สดชื่นและติดหวานอ่อนๆ นำโดยดอก Apple Blossom ละมุนนีใสๆ โปร่งสบาย เหมาะแก่การใส่ในวันอากาศดี ๆ แต่งตัวน่ารักๆ เช่น เดรสสีขาวลายดอกพริ้วๆ คาดผมด้วยโบว์สีดำอันเล็กๆ ฯลฯ หากดมเปรียบเทียบกับตัวออริ จินอลแบบช็อตต่อช็อต จะพอสังเกตได้ว่าตัว Eau fraiche นี้กลิ่นจะแห้งกว่าเล็กน้อย ในช่วงกลางจนถึงเบส คาดว่าน่าจะเป็นเพราะหญ้าแฝ กจากช่วงเบสที่คอยคุมไม่ให้ ดอก Apple Blossom หวานฉ่ำจนเกินไป ในขณะที่ตัวดั้งเดิมจะฉ่ำแล ะแน่นกว่าหน่อย
เอาเข้าจริงๆแม่กรงนกชมพูนี ่น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงฝร ั่งผมบลอนด์วัยซักประมาณ 6-7 ขวบเลยนะ แก้มป่องๆใสๆ กับแววตาไร้เดียงสา แต่งตัวน่ารักๆ (แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำหอ มกลิ่นนี้เหมาะกับเด็ก 55555) กลิ่นแบบนี้เหมาะกับทุกวัยเ พราะเป็นกลิ่นสดชื่น ใช้ง่ายสบายๆอยู่แล้ว ถ้าใครที่รู้สึกโอเคกับกรงน กรุ่นแรก เจ้ากรงชมพูก็ไม่จำเป็นสำหร ับคุณเลย แต่ถ้าใครยังรู้สึกว่ารุ่นก ่อนใส่แล้วอึดอัดไป หันมาลองรุ่นนี้ได้ กลิ่นคล้ายกันแต่บางเบา สดชื่นขึ้น น่าจะพอลดความแน่นอึดอัดลงไ ด้บ้าง
http:// www.fragrantica.com/ perfume/Chloe/ See-by-Chloe-Eau-Fraiche-22 479.html
Fragrance Notes
Top Notes : Apple Blossom
Middle Notes : Water Hyacinth, Jasmine
Base Notes : Vetiver
จริงๆ See by Chloe ตัวแรกก็ไม่ใช่ว่าจะกลิ่นแร
จริงๆกลิ่นนี้ไม่มีไรมากเลย
เอาเข้าจริงๆแม่กรงนกชมพูนี
http://
รีวิวน้ำหอม Chloe – LOVE STORY
Chloe – LOVE STORY
Perfumer : Anne Flipo
-
Fragrance Notes
Top Notes : Neroli, Cape Gooseberry
Heart Notes : Orange blossom Absolute, Stephanotis
Base Notes : Petitgrain, Cedarwood
-
-
-
“LOVE STORY” น้ำหอมกลิ่นใหม่ล่าสุดจาก Chloe ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่ องราวความโรแมนติกของสะพานไ ม้ใจกลางกรุงปารีสที่มีชื่อ เรียกขานกันว่า “Pont Des Arts” ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเท ี่ยวหนุ่มสาวจากทั่วทุกมุมโ ลกแวะเวียนกันมาที่สะพานไม้ แห่งนี้เพื่อนำกุญแจ Love Locks มาคล้องกันที่บริเวณริมขอบส ะพาน เป็นสัญญารักระหว่างคู่หนุ่ มสาวว่าเขาและเธอจะรักกันตล อดไป ไม่มีสิ่งใดมาพรากพวกเขาไปจ ากกันได้ Chloe ได้นำกุญแจ Love Locks นี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการร ังสรรค์น้ำหอม LOVE STORY ผ่านแพกเกจจิ้งรูปแม่กุญแจ โดยผสมผสานรูปทรงอันเป็นเอก ลักษณ์ของน้ำหอมอันโด่งดังท ั้ง 3 รุ่นของ Chloe เข้าด้วยกัน ประกอบด้วย Chloe EAU DE PARFUM, LOVE Chloe และ See by Chloe
-
LOVE STORY มีกลิ่นที่เรียบง่าย สบายๆ แม้จะดูขัดกับธีมที่สุดแสนจ ะโรแมนติกไปบ้าง แต่ความเรียบง่ายนี่แหละที่ เรามองว่าเป็นจุดสำคัญที่มั ดใจสาวๆเมืองร้อนได้อย่างไม ่ยากเย็น เนื่องด้วยเนื้อกลิ่นโทน Floral ที่สดชื่น ใสสะอาดราวกับหยาดน้ำค้างบร ิสุทธิ์ในยามเช้า ได้ดมทีไรก็รับรู้ได้ถึงควา มรู้สึกดีๆ เหมือนวันที่โลกมีแต่ความสด ใส และรอยยิ้มที่จริงใจเป็นธรร มชาติ ด้วยเหตุฉะนี้ เราจึงมองว่า LOVE STORY เป็นน้ำหอมเพียงกลิ่นเดียวข องแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ค ำว่า Safe Scent ได้ดีที่สุด โดยที่รุ่นอื่นไม่อาจเทียบเ ทียมได้
-
ส่วนผสมหลักๆจะประกอบไปด้วย ดอกไม้สีขาวซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Neroli, Orange Blossom และ Stephanotis (ดอกมะลิจากมาดากัสการ์) ดอกไม้สีขาวนานาชนิดเหล่านี ้ถูกผสมผสานเข้าด้วยกันเป็น หนึ่งเดียว เกิดกลิ่น Floral ที่สะอาด สดชื่น และเปี่ยมไปด้วยความเฟมินีน แบบทันสมัย ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับหญิงส าวสมัยใหม่ในลุคเรียบร้อย อ่อนโยน ยิ่งหากสวมชุดสีขาวสะอาดตา แต่งหน้าอ่อนๆพองามยิ่งดูเข ้ากันเป็นพิเศษ เพราะโดยส่วนตัวมองว่าน้ำหอ มกลิ่นนี้มีเสน่ห์อยู่ที่คว ามเรียบง่าย ดูธรรมดา ไม่หวือหวาแต่โดดเด่นที่ควา มบริสุทธิ์ อันหาไม่ได้ในน้ำหอม Chloe รุ่นอื่นๆ
-
ในช่วงต้นพบกับดอก Neroli ที่ให้กลิ่นอายผสมผสานระหว่ างโทน Citrus และ White Floral อย่างละครึ่ง มอบความสดชื่นแบบสะอาด ขาวใส ประหนึ่งน้ำในลำธารที่ใสและ เย็น แต่แนะนำว่าไม่ควรดมที่ผิวจ ังๆ ควรดมในระยะห่างออกมาหน่อยห รือจับกลิ่นจาก Sillage ที่กระจายออกมาจะดีกว่า เพราะกลิ่นเปรี้ยวนั่นค่อนข ้างแหลมคม หากดมติดผิวเลยล่ะก็ แสบจมูกแน่นอน
-
ช่วงกลางยังคงดำเนินด้วยโทน White Floral เช่นเดิม Neroli ยังคงมอบความสดชื่นในแบบดอก ไม้สีขาว โดยเสริมความเต็มแน่นด้วย Orange Blossom และ Stephanotis ซึ่งเจ้าดอกไม้ชื่อประหลาดน ี้มันคือดอกมะลิของมาดากัสก าร์เขา (ส่วนตัวก็ไม่เคยได้กลิ่นหร อกนะ เอาจริงๆ) มอบความ Bright และ Sparkling แบบเข้าถึงง่ายมากๆ ชวนนึกถึงน้ำหอมสามัญประจำบ ้านอ
ย่าง Clinique happy และ Tory Burch EDP และหากคุณต้องการ Pure Poison
ในเวอร์ชั่นที่ Pure จริงๆ ไม่มี Poison ผสม ลองดู Chloe Love Story
กลิ่นนี้ดูได้
-
ช่วงเบสโน้ตออกทาง White Floral จืดๆ ผสม Musky ใสๆ โดยโน้ตที่ปรากฏในช่วงนี้คื อ Musk กับ Petit grains (โน้ตที่สกัดจากมาจากกิ่งแล ะใบของต้นส้ม ซึ่งจะมีกลิ่นเขียวปนเปรี้ย วซิตรัสแรงๆ) ในจุดนี้ Petit Grain ทำหน้าที่เสริมความเปรี้ยวแ ละสดชื่นเชิงส้มในห้วงสุดท้ าย สานต่อจาก Neroli และ Orange Blossom นั่นเอง
-
LOVE STORY มีดีทางด้านความสะอาด อ่อนโยน ไม่ได้เอาดีเด่นทางด้านหรูห ราหรือเย้ายวน ซึ่งก็น่าเสียดายที่ความใสส ะอาดของมันไม่ได้เข้ากับธีม กุญแจ Love Locks สุดโรแมนติกเลย (เห็นคอนเซปในตอนแรกแล้วแอบ คิดว่านี่จะต้องมาฟีลกลิ่นโ รแมนติกจ๋าซะอีก) เอาจริงๆแล้วมันสดชื่นมากๆ แถมยังใช้ง่ายมากๆอีกด้วย จะใส่ในยามอากาศร้อนก็เหมาะ ความทน ติดทนปานกลางสำหรับเบสความเ ข้มข้น Eau de Parfum ส่วนการกระจายพอได้บ้าง นิดๆหน่อยๆ สาวๆคนไหนชอบน้ำหอมกลิ่นสะอ าดและเฟมินีน แนะนำให้ลองจ้ะ
-
-
-
อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http:// www.fragrantica.com/ perfume/Chloe/ Love-Story-26227.html
Perfumer : Anne Flipo
-
Fragrance Notes
Top Notes : Neroli, Cape Gooseberry
Heart Notes : Orange blossom Absolute, Stephanotis
Base Notes : Petitgrain, Cedarwood
-
-
-
“LOVE STORY” น้ำหอมกลิ่นใหม่ล่าสุดจาก Chloe ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่
-
LOVE STORY มีกลิ่นที่เรียบง่าย สบายๆ แม้จะดูขัดกับธีมที่สุดแสนจ
-
ส่วนผสมหลักๆจะประกอบไปด้วย
-
ในช่วงต้นพบกับดอก Neroli ที่ให้กลิ่นอายผสมผสานระหว่
-
ช่วงกลางยังคงดำเนินด้วยโทน
-
ช่วงเบสโน้ตออกทาง White Floral จืดๆ ผสม Musky ใสๆ โดยโน้ตที่ปรากฏในช่วงนี้คื
-
LOVE STORY มีดีทางด้านความสะอาด อ่อนโยน ไม่ได้เอาดีเด่นทางด้านหรูห
-
-
-
อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ http://
รีวิวน้ำหอม Chloe – ROSE DE Chloe
Chloe – ROSE DE Chloe
Fragrance Notes
Top Notes : Bergamot
Middle Notes : Damask Rose, Magnolia
Base Notes : Musk, Amber
Rose de Chloe เป็น flanker น้องใหม่ที่ต่อยอดให้กับ Chloe โบว์ครีมสุดฮิต ตัวนี้น่าจะพัฒนามาจากรุ่น EDT + Rose Edition ซึ่งจากที่ได้ลองกลิ่นนี้มา เรารู้สึกว่ากลิ่นมันค่อนข้ างฉีกแนวออกจากกลิ่นอื่นๆใน ไลน์ โดยเจาะตลาด mass market มากขึ้นด้วยกลิ่นที่อ่อนหวา น น่ารัก น่าทนุถนอมกว่าตัวก่อนๆที่เ คยมีมา เข้ากับน้ำหอมกลิ่นกุหลาบมห าชนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทั่งนั้นกลิ่นอายแบบ Chloe รุ่นดั้งเดิมก็ยังคงไม่หายไ ปไหน มีให้ได้สัมผัสใน Rose de Chloe เช่นกัน ส่วนตัวเราคิดว่ากลิ่นนี้คล ้ายกับนำเอา Chloe EDT มาคอมไบน์ทับอีกเลเยอร์นึงด ้วยน้ำหอมกลิ่นกุหลาบสดๆเพี ยวๆอย่างเช่น Paul Smith Rose หรือ Rose 4 Reines จาก L’Occitane เป็นกุหลาบที่สดชื่น มีชีวิตชีวา มีความสุขเมื่อได้ดม
Rose de Chloe มาในกลิ่นโทน Floral เด่นด้วยกุหลาบที่สดชื่น หวานใส น่ารักและอ่อนหวาน เปรียบเสมือนแก้มใสๆอมชมพูร ะเรื่อของเด็กผู้หญิงตัวน้อ ยในชุดเดรสพริ้วๆสีชมพูพาสเ ทล กลิ่นเปิดนั้นนำโดยกุหลาบ กุหลาบที่ใช้เป็นส่วนผสมในก ารปรุงกลิ่น Rose de Chloe คือกุหลาบดามาสก์ (Damask Rose หรือ กุหลาบมอญ) มีลักษณะดอกบานใหญ่ เป็นกุหลาบพันธุ์เดียวกับที ่ใช้ปรุงกลิ่น YSL PARISIENNE ตัวดังอีกตัวหนึ่ง ^^ มาพร้อมกับมะกรูดที่มอบความ สดชื่นแบบไม่คมหรือออกเชิง citrus ซะทีเดียว เหมือนมาเติมความสดให้กุหลา บซะมากกว่า
เมื่อดำเนินเข้าสู่ช่วงกลาง กุหลาบเฉิดฉายได้อย่างเต็มท ี่ พร้อมด้วยโทน Floral ใสๆที่รองพื้น บางๆ กลิ่นจะออกทางกุหลาบเพียวๆซ ะเป็นส่วนมาก พร้อมทั้งกลิ่นอายกุหลาบสไต ล์ Chloe ยังสามารถจับกลิ่นได้หน่อยๆ ในช่วงนี้ด้วย ซึ่งกุหลาบนั้นอยู่ตั้งแต่ต ้นจนจบ ในตอนท้ายแม้จะออก Musky หน่อยๆแต่ก็ยังไม่เด่นเกินห น้ากุหลาบตัวเอกแน่นอน บนผิวเรากลิ่นกระจายขึ้นให้ ได้
กลิ่นตลอดเวลา (สเปรย์ลงบนแขน 1 สเปรย์จ้ะ) กลิ่นกระจายพอดิบพอดี
แม้ความทนจะปานกลาง ไม่ทนเท่าตัวดั้งเดิม แต่กลิ่นนั้นใช้ง่าย เหมาะกับใช้
everyday use เป็นกลิ่นนึงที่น่าจะเรียกค ำชมได้ ใครมองหาน้ำหอมกลิ่นกุหลาบท ันสมัย ลุคแบบผู้หญิงเรียบร้อยนิดๆ ตัวนี้เป็นอีกกลิ่นที่เหมาะ อยากให้ลองนะ
http:// www.fragrantica.com/ perfume/Chloe/ Chloe-Roses-De-Chloe-18702. html
Fragrance Notes
Top Notes : Bergamot
Middle Notes : Damask Rose, Magnolia
Base Notes : Musk, Amber
Rose de Chloe เป็น flanker น้องใหม่ที่ต่อยอดให้กับ Chloe โบว์ครีมสุดฮิต ตัวนี้น่าจะพัฒนามาจากรุ่น EDT + Rose Edition ซึ่งจากที่ได้ลองกลิ่นนี้มา
Rose de Chloe มาในกลิ่นโทน Floral เด่นด้วยกุหลาบที่สดชื่น หวานใส น่ารักและอ่อนหวาน เปรียบเสมือนแก้มใสๆอมชมพูร
เมื่อดำเนินเข้าสู่ช่วงกลาง
http://
รีวิวน้ำหอม Chloe – L’EAU DE Chloe
Chloe – L’EAU DE Chloe
.
Fragrance Notes
Top Notes : Citruses
Middle Notes : Rose
Base Notes : Patchouli
.
Chloe โบว์เขียวเป็น Flanker รุ่นที่ 5 ของตระกูล Chloe โบว์ครีมสุดฮิต กลิ่นของรุ่นต้นตำหรับนั้นก ็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากแล้ วเพราะคงจะคุ้นเคยกันดี เป็นกลิ่นกุหลาบกับลิ้นจี่ท ี่มีเอกลักษณ์มากเหลือเกิน ส่วนน้องโบว์เขียวก็มาในโทน เดียวกัน หากแต่ว่าเป็นกุหลาบที่มีซิ ตรัสปนเข้ามาแจม
.
กลิ่นของเจ้า Chloe โบว์เขียวเรียกได้ว่าถอดแบบ มาจากโบว์ครีมเลยจริงๆ ยืนพื้นด้วยกุหลาบใสๆคมๆ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในร ุ่นนี้คือกลิ่นสดชื่นมากขึ้ นจาก Citrus นั่นเอง ให้กลิ่นโทนเขียวๆสดชื่นเหม ือนอย่างสีน้ำหอมและโบว์ แม้ว่าจะสดชื่นแต่หรูล้ำ โดยส่วนตัวแล้วไลน์ที่เบิร์ ดชอบที่สุดก็คงเป็นโบว์เขีย วกลิ่นนี่แหละนะ ชอบมากกว่าโบว์ครีมเสียอีก รองลงมาก็คงโบว์ชมพู แต่ที่ไม่ชอบสุดๆคือโบว์รัก สีดำ 5555555
.
นางโบว์เขียวเป็นน้ำหอมในกล ุ่ม Chypre – Floral ให้กลิ่นกุหลาบที่หรูหรา เจือกับ Citrus ที่สดชื่น มี Citrus เปิดก็จริงแต่ไม่ได้ออกกลิ่ นเปรี้ยวแหลมเหมือนอย่างน้ำ หอมกลิ่นอื่นที่มีกลิ่นพวกส ้มหรือมะนาวเปิด อย่าลืมว่าน้ำหอมตระกูล Chloe กลิ่นนางมีเอกลักษณ์เฉพาะเป ็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นกลิ่นไม่เปรี้ยว หรือแหลม Citrus แต่จะออกคมนิดๆ เสียดจมูกกับกุหลาบนิดหน่อย เท่า
นั้น (สำหรับเบิร์ดล่ะกุหลาบ Chloe บาดจมูกที่สุดแล้วล่ะ
ไม่รู้ทำไมถึงออกมาหอมนัก) โดยรวม สดชื่นและเขียวเย็นๆ ค่อนข้างใส
หอมมีระดับมาก เนื้อกลิ่นเบลนด์กับกุหลาบอ ย่างลงตัว ดมจาก Sillage หอมมาก
.
ช่วงกลางกุหลาบนำโด่ง โดดเด่นเป็นสง่า แต่ก็คงต้องบอกว่า Citrus ยังอยู่ด้วยเหมือนเดิมนะจ๊ะ กุหลาบก็ยังเป็นหัวใจของ Chloe โบว์เขียวเช่นเดียวกันรุ่นอ ื่นๆ ไม่รู้ทำไมกุหลาบของ Chloe ถึงหอมจัง มันต่างจากกุหลาบจากน้ำหอมแ บรนด์อื่นนะเบิร์ดว่า มันออกจะคมๆใสๆ บาดจมูกมากกว่าแบรนด์อื่น ซึ่งผลออกมาแล้วมันหอมอะ ครองใจใครหลายคนได้นี่คือสุ ดยอดเลย นางให้ความรู้สึกอ่อนโยน น่ารักน่าเอ็นดู อ้อ! Patchouli ก็จับกลิ่นได้ในช่วงกลางแล้ วนะ นิดนึงๆ
.
เบสโน้ต ออกทางกุหลาบแห้งๆปนกับ patchouli หรือพิมเสน ตัวการของกลิ่นอายหรูหราแนว Chypre เย็นๆ ทว่า Citrus ก็ยังส่งกลิ่นสดชื่นตีออกมา จางๆพร้อมกับกุหลาบและพิมเส นด้วย เอาจริงๆโน้ตทั้งหมดอยู่ด้ว ยกันตลอดเวลา ต่างแค่ช่วงไหนใครจะโดดเด่น มากกว่ากันเท่านั้นเอง ถึงตอนนี้แล้วกลิ่นยังคงติด ทนและกระจายออกมาอ่อนๆ แต่เรื่องนี้คงต้องยอมแม่โบ ว์ครีมกับโบว์ดำเค้าล่ะ เพราะเค้าเป็นน้ำหอมเบส EDP ที่ติดทนกว่า ในขณะที่โบว์เขียวเป็น EDT ติดทนขนาดนี้คือดีเวอร์แล้ว
.
สรุปจ้า Chloe โบว์เขียว เป็นน้ำหอมกลิ่นสดชื่นเขียว ๆเหมือนสีของน้ำหอม กลิ่นกุหลาบถอดแบบมาจากรุ่น พี่
โบว์ครีมแต่เจือด้วย Citrus กับ Patchouli ให้กลิ่น Chypre – Floral
ที่สดชื่นแต่หรูหรา กลิ่นนี้ใช้ง่าย เข้าถึงมหาชน ใส่ได้ดีในอากาศร้อนด้วย
ส่วนตัวชอบกลิ่นนี้ที่สุดใน ไลน์แล้วนะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมีไว้ซ ักขวดเหมือนกัน แนะนำ Chloe โบว์เขียวสำหรับสาวๆที่รักโ บว์ครีมเป็นทุนเดิม ถ้าชอบกุหลาบใสๆคมบาดจมูกแบ บโบว์ครีมก็คงต้องชอบโบว์เข ียวด้วยแน่ๆ
.
Fragrance Notes
Top Notes : Citruses
Middle Notes : Rose
Base Notes : Patchouli
.
Chloe โบว์เขียวเป็น Flanker รุ่นที่ 5 ของตระกูล Chloe โบว์ครีมสุดฮิต กลิ่นของรุ่นต้นตำหรับนั้นก
.
กลิ่นของเจ้า Chloe โบว์เขียวเรียกได้ว่าถอดแบบ
.
นางโบว์เขียวเป็นน้ำหอมในกล
.
ช่วงกลางกุหลาบนำโด่ง โดดเด่นเป็นสง่า แต่ก็คงต้องบอกว่า Citrus ยังอยู่ด้วยเหมือนเดิมนะจ๊ะ
.
เบสโน้ต ออกทางกุหลาบแห้งๆปนกับ patchouli หรือพิมเสน ตัวการของกลิ่นอายหรูหราแนว
.
สรุปจ้า Chloe โบว์เขียว เป็นน้ำหอมกลิ่นสดชื่นเขียว
Review-น้ำหอม Chloe Eau de Parfum Spray
[::REVIEW::]
Chloé – Chloé EAU DE PARFUM
Perfumer : Amandine Marie, Michel Almairac
Released Year : 2008
.
รุ่น Signature ของแบรนด์คือรุ่น EDP รุ่นนี้นะครับ ออกปี 2008 เป็นรุ่นแรกของ Chloé ที่ได้รับความร่วมมือจาก Coty เข้ามาช่วยปรุงน้ำหอมให้ ซึ่งการออก Chloé EDP รุ่นนี้ถือเป็นการปฏิวัติของน้ำหอมแบรนด์นี้เลยก็ว่าได้ เพราะพอรุ่นนี้เริ่มโด่งดัง ออกลูกออกหลาน เขาก็ยกเลิกการผลิตน้ำหอมทุกๆรุ่นที่ผลิตก่อนปี 2008 หมดเลย พร้อมทั้งยก Chloé EDP ขึ้นเป็น Signature ประจำแบรนด์อีกด้วย
.
Chloé EDP (หรือที่เรียกกันจนติดปากว่าโบว์ครีม) เป็นอีกหนึ่งน้ำหอมยอดนิยมสำหรับสาวไทยหลายๆคน ถ้าใครติดตามห้องแป้งในพันทิปมาซักระยะหนึ่งน่าจะพอจำได้ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่รุ่นนี้ถูกพูดถึงในห้องแป้งบ่อยมาก (จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงพอมีคนพูดถึงอยู่นะ) ว่ากันว่าเป็นน้ำหอมที่ให้กลิ่นน่ารักเหมือนคุณหนู บ้างก็ว่ากลิ่นกุหลาบที่สวยโรแมนติก บ้างก็ว่าเป็นกลิ่นสำหรับนักธุรกิจสาวที่มีความมั่นใจ ปราดเปรียว ฯลฯ แต่โดยส่วนตัวเบิร์ดเคยมีประสบการณ์กับน้ำหอมกลิ่นนี้มาประมาณ 1 ปีเต็มๆ คือช่วงสมัยเรียน ม.6 Chloé EDP จะเป็นน้ำหอม Signature ของอาจารย์ที่ปรึกษาห้องเบิร์ดเอง ท่านอายุใกล้จะ 60 แล้วล่ะ แต่จะชอบใส่กลิ่นนี้มาสอนหนังสือแทบจะทุกวัน (สลับกับ Chloé Love บ้าง, No5 Eau Premiere บ้าง, หรือบางวันก็จะเป็น Coco Mademoiselle, บางวัน Lancome Miracle, และนานๆทีก็จะมี Chanel Chance ด้วย คือน้ำหอมอาจารย์กระชากวัยมากจริงๆ 55555) ความรู้สึกที่เบิร์ดได้สัมผัสเลยจะค่อนข้างต่างจากคนอื่นไปซักนิด เพราะเบิร์ดได้กลิ่นนี้ทีไรจะนึกถึงอาจารย์เสมอ 55555 ในความรู้สึกส่วนตัวที่ใครๆเขาก็ว่ากลิ่นคุณหนูๆ เบิร์ดจะคิดถึงลุคผู้หญิงที่มีออร่าความเป็นผู้นำที่น่าเกรงขาม ดุนิดๆ เข้มงวดหน่อยๆ กล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ซึ่งมันตรงกับลุคของอาจารย์อย่างมากที่สุด
.
Chloé EDP เป็นน้ำหอมแนว Floral ที่มี center กลางอยู่ที่กุหลาบคมๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับสูดดมดอกกุหลาบสีขาวที่แรกแย้มผลิบานในยามสายเข้า ไปเต็มปอด โดยมีโน้ตตัวรองคือพีโอนี ฟรีเซีย และลิ้นจี่ ซึ่งรวมกันออกมาแล้วให้กลิ่นหอมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ต่างจากกุหลาบของแบรนด์อื่นๆอย่างเห็นได้ชัด ได้กลิ่นนี้ลอยมาปุ๊บ รู้ได้เลยว่า Chloé อย่างไม่ต้องสงสัย
.
หลังจากที่สเปรย์ออกมาใหม่ๆ แว้บแรกแอลกอฮอล์แอบแรงไปนิด มาพร้อมกับกุหลาบฉ่ำๆ ที่ให้กลิ่นอายถึงความเป็น Old Fashion สไตล์วินเทจ ไม่นานกลิ่นก็เริ่มแห้งและบาดจมูกด้วยความคมคายของกุหลาบโทนสีขาวที่เปิดฉาก ด้วยความสดชื่นแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ติดกลิ่นคมๆจากพีโอนี ให้ความรู้สึกคล้ายดอกกุหลาบสีขาวที่คมเฉียบ ดุดัน ปนเซ็กซี่แบบมีคลาส แซมด้วยผลลิ้นจี่ที่ถูกเบลนด์มาอย่างแนบเนียน คือมอบความรู้สึกฉ่ำๆ แต่ไม่ได้หวานแบ๊วเหมือนน้ำหอมสีชมพู เนื้อกลิ่นยังคงเฉิดฉายอยู่บนความหรูหราและสง่างามแบบวินเทจนิดหน่อย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















