Social Icons

facebookgoogle pluslinkedinrss feedemail
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Balmain แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Balmain แสดงบทความทั้งหมด

รีวิวน้ำหอม BALMAIN – IVOIRE


BALMAIN – IVOIRE
Perfumers : Michel Almairac, Jacques Flori
Released Year : 2012
.
.
.
เดิมที IVOIRE เคยถูกผลิตและออกวางขายเมื่อปี 1979 มาก่อน โดยเป็นน้ำหอมวินเทจรุ่นเก่าซึงปัจจุบันได้ยกเลิกการผลิตไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ IVOIRE รุ่นที่รีวิวนี้เป็นรุ่นใหม่ที่ Pierre Balmain ได้นำน้ำหอมในตำนานของเขากลับมารังสรรค์กลิ่นใหม่อีกครั้งหนึ่งในปี 2012 ให้กลิ่นสไตล์ Chypre – Floral หรูหราจาก Iris, Galbanum และ Violet Leaf เป็นหลัก
.
IVOIRE เป็นน้ำหอมไร้กาลเวลา จะว่าคลาสสิคก็ใช่ จะมองว่าทันสมัยก็ถูก ไม่ว่าจะใส่ในยุคสมัยไหนก็สร้างภาพลักษณ์ที่ดีงาม ช่วยยกระดับภูมิฐานแก่สตรีผู้สวมใส่ ด้วยความที่เนื้อกลิ่นนั้นหรูหราแกมคลาสสิค อาจจะเรียกได้ว่า IVOIRE เป็นน้ำหอมคลาสสิคสำหรับยุคปัจจุบันก็น่าจะได้ และโดยส่วนตัวคิดว่า น้ำหอมกลิ่นนี้จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปอีกนานอย่างแน่นอ
.
กลิ่นของ IVOIRE ค่อนข้างซับซ้อนและหรูหรา อยากให้จินตนาการถึงภาพนักธุรกิจสาววัยกลางคน สวมชุดสูทสีเบจกับกางเกงสีดำ รองเท้าส้นสูง สวมสร้อยไข่มุกหรือเครื่องประดับจากงาช้าง(IVOIRE แปลว่า งาช้าง) โดยรวมจะให้ลุคสุภาพสตรีสมัยใหม่ สไตล์ Working Women ที่เก่ง ฉลาด ปราดเปรียว มากความสามารถ และยังมีความเป็นกุลสตรีสูง
.
กลิ่นนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Chypre – Floral ก็จริง แต่เนื่องจากว่ามีไอริสเป็นโน้ต เด่นควบคู่ไปกับ Galbanum (ยางไม้ของต้นยี่หร่า) กลิ่นจึงออกทาง Powdery Green ชัดเจน หากแต่เป็นกลิ่น Powdery ที่หรูหรา คมเฉียบ และมีระดับสูงทีเดียว

.
IVOIRE เปิดด้วย Iris, Galbanum และ Violet leaf โดย Iris ให้กลิ่นโทนแป้ง Powdery ฟุ้งๆ ถูกตัดด้วยความเขียวคมจาก Galbanum และ Violet leaf ซึ่งกลิ่นโดยรวมในช่วงเปิดจัดว่าเปิดได้สวยหรู มีชั้นเชิง บาดจมูกหน่อยๆ คล้ายกลิ่นแป้งฝุ่นแห้งๆ สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกแสบจมูกบ้างเพราะความแห้งของมัน ซึ่งอาการนี้เบิร์ดเองก็เป็น -0-
.
ช่วงกลาง Iris กับ Galbanum เด่น ให้กลิ่นแป้งหรูๆ รองด้วยมะลิ กุหลาบ กระดังงา ออก Powdery เขียวๆ เซ็กซี่เชิงเย้ายวนนิดหน่อย ต่างจากช่วงแรกคือ Floral มากขึ้นเท่านั้นเอง
.
เบสโน้ตเบนเข้าทาง Woody ไปกับซีดาร์ หญ้าแฝก และใบพิมเสน แซมไปพร้อมๆกับกลิ่นโทน Powdery ที่ยังหลงเหลือให้จับกลิ่นได้ ถึงช่วงนี้กลิ่นยังคงกระจายออกมาพอประมาณพอให้ได้กลิ่นอยู่ตลอด และเป็นน้ำหอมที่ติดทนทานน่าประทับใจในระดับหนึ่ง การกระจายกลิ่นก็ไม่รุนแรงมากจนเกินไป
.
IVOIRE เหมาะกับการใส่ทำงาน ออกงานทางการ หรือวันที่ต้องการยกระดับภูมิฐานตัวเองให้ดูสูงสง่า มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น น้ำหอมกลิ่นค่อนข้างหรู เพราะฉะนั้นจะใส่กลิ่นนี้ควรดูกาละเทศะและการแต่งตัวซักนิด ไม่เหมาะอย่างยิ่งหากจะใส่เที่ยว เล่นกีฬา เพราะมันไม่ต่างกับการใส่ Chanel No.5 ไปจ่ายตลาด ซื้อผัก ซื้อปลา หรือนั่งกินข้าวต้มเครื่องใน ทางที่ดีเบิร์ดแนะนำสำหรับโอกาสทางการสักนิด เช่น เข้าประชุมสำคัญ หรือพบปะแขกผู้ใหญ่ในงานธุรกิจ เป็นต้น
.
.
.
อ่านรีวิวเพิ่มเติม http://www.fragrantica.com/perfume/Pierre-Balmain/Ivoire-15557.html

รีวิวน้ำหอม BALMAIN – Extatic EAU DE TOILETTE


BALMAIN – Extatic EAU DE TOILETTE
Perfumer : Emilie Bevierre - Coppermann
Released Year : 2014
.
.
.
รุ่นนี้ออกมาตามหลัง Extatic EDP ออกขายได้เพียง 1 เดือน ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าทั้ง EDP และ EDT นั้นกลิ่นไม่คล้ายกันนะ แตกต่างกันลิบลับเลย ตัว EDP จะเป็นแนว Oriental – Floral หวานปนอบอุ่น เหมาะสำหรับที่อากาศเย็นหรือยามค่ำคืน ส่วนรุ่น EDT จะถูกปรับปรุงเนื้อกลิ่นให้มีความสดชื่นยิ่งขึ้น เสริมความอ่อนเยาว์ บอบบาง และใช้ง่ายกับอากาศในโซนเอเชีย จัดอยู่ในโทนกลุ่ม Floral – Fruity สีชมพูสดใส ซึ่งโดดเด่นในด้านผลไม้เป็นหลัก ผลไม้ที่ว่านี่คือลิ้นจี่นั่นเอง ลิ้นจี่ถือว่าเป็น main note หรือเป็นแกนนำหลักของ Extatic EDT เลยก็ว่าได้ โดยจะมีดอกกุหลาบทำหน้าที่รองลงมา พร้อมๆกับผลไม้และดอกไม้อื่นๆที่เป็นส่วนประกอบ ลอยวนเวียนให้ได้กลิ่นอยู่เรื่อยๆ
.
ทันทีที่สเปรย์ Extatic EDT ลงบนผิวกาย โลกใบนี้ก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู เรากลายเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆในชุดกระโปรงสีสันสดใส กำลังตกอยู่ในห้วงของความรักที่หวานชื่น กลิ่นเปิดมาแบบสดชื่นมากๆ สดใส โทนสีชมพูหวานแหว๋ว สิ่งที่สัมผัสได้ในช่วงนี้คือ ลิ้นจี่ผลโตเนื้อแน่นสีขาวนวลฉ่ำน้ำ รองด้วยกุหลาบกลีบสีชมพูบางใส เจือความสดชื่นจากส้ม Mandarin Orange และ Blackcurrant ให้ความรู้สึกสดชื่นแบบติดกลิ่นหวาน ส่วนตัวเบิร์ดได้กลิ่นช่วงท็อปโน้ตแล้วนึกถึงกลิ่นผมหอมๆของผู้หญิง คล้ายกลิ่นแชมพูกลิ่นหวานอ่อนๆ (หรืออะไรซักอย่างนี่แหละ :P)
.
ช่วงกลางปรับโทน Floral พุ่งขึ้นมาหน่อย ให้ความรู้สึกอ่อนโยนแบบหญิงๆไปกับดอกมะลิ+แมกโนเลีย โดยยังคงความสดชื่นไว้ไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากผลไม้ Tropical Fruit อย่างลิ้นจี่นั้นยังคงอยู่ให้เราสัมผัสได้ชัดไม่ต่างจากช่วงต้น ดังนั้นแม้จะดูอ่อนหวานขึ้นแต่จริงๆแล้วความซุกซนปนสนุกสนานยังคงเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม
.
สำหรับช่วงเบสโน้ต กลิ่นจะเบนเข้าสู้ทาง Musky โดยติดกลิ่นอายนุ่มๆเชิง Woody นิดหน่อย ซึ่งก็ได้จากโน้ตมัสก์และซีดาร์ ติดผิวอ่อนๆ ติดไม่ทนมากนักตามฉบับน้ำหอมกลิ่นเฟรชๆ ยิ่งออกทางน้ำหอมสีชมพูแล้วความหนักแน่นของเนื้อกลิ่นยิ่งบางเบาลงเข้าไปอีก สาวๆที่อยากตัวหอมทั้งวันอาจจะต้องหมั่นเติมอยู่เรื่อยๆ เพราะดูๆแล้ว ฉีดตอนเช้าครั้งเดียว ตกบ่ายก็ไม่น่าจะหลงเหลือกลิ่นให้ได้สัมผัสแล้วล่ะ
.
Extatic EDT เป็นน้ำหอมที่สบายๆ สดใส ใช้ง่ายในทุกสภาพอากาศ เหมาะแก่การใส่เรื่อยๆในชีวิตประจำวัน ใส่ออกแดดทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ เดินเล่นได้ เรียนได้ ทำงานได้ ฯลฯ สาวๆที่รักน้ำหอมสีชมพูเป็นทุนเดิมก็คงไม่ต้องพูดอะไรมาก คิดว่าคงตกหลุมรักเจ้า Extatic EDT ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แนะนำสำหรับสาวๆวัยเลข 1 ปลายๆ ไปจนถึงเลข 2 ต้นๆ ลุคหวานๆ ใสๆ น่าจะเข้ากันดีเป็นพิเศษ
.
.
.
http://www.fragrantica.com/perfume/Pierre-Balmain/Extatic-Eau-de-Toilette-24226.html

B&C Perfumes Academy